ศรีสะเกษ รมว.กลาโหม เปิดอนุสรณ์เกียรติภูมิภูมะเขือใกล้ปราสาทพระวิหาร เพื่อรำลึกวีรกรรมความกล้าหาญของวีรชนที่ปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินไทย

ศรีสะเกษ รมว.กลาโหม เปิดอนุสรณ์เกียรติภูมิภูมะเขือใกล้ปราสาทพระวิหาร เพื่อรำลึกวีรกรรมความกล้าหาญของวีรชนที่ปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินไทย

oppo_0

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือกลาง ใกล้กับปราสาทพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่สู้รบกันอย่างรุนแรงระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดอนุสรณ์เกียรติภูมิภูมะเขือ ซึ่งกองกำลังสุรนารี ได้จัดสร้างอนุสรณ์เกียรติภูมิภูมะเขือขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีและความเสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนา และประกอบพิธีเปิดอนุสรณ์อย่างยิ่งใหญ่ จากนั้น นายสุทิน และคณะได้ลงพื้นที่ไปให้กำลังใจเหล่าทหารหาญในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี บริเวณพลาญยาว โดยมี พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เป็นผู้กล่าวรายงาน และมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ คณะรองแม่ทัพภาค 2 พันเอก จิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี คณะนายทหารระดับสูงของกองกำลังสุรนารี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมคณะวีรชนและครอบครัวร่วมพิธีและให้การต้อนรับ

พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี กล่าวว่า การจัดสร้างอนุสรณ์เกียรติภูมิภูมะเขือ กองกำลังสุรนารี ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรม ความกล้าหาญของวีรชน ที่ได้เสียสละชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ ในเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา พื้นที่เขาพระวิหาร-ภูมะเขือ-พลาญยาว ห้วงปีพุทธศักราช 2551-2554 โดยมีเหตุการณ์ที่สำคัญได้แก่ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 เวลาประมาณ 15.00 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากการยิงต่อสู้กับกำลังฝ่ายเราในพื้นที่ภูมะเขือ จากนั้นการปะทะได้ขยายพื้นที่ไปยังปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งฝ่ายเราได้ใช้อาวุธตอบโต้ ตามกฎการปะทะ โดยทำการรบอย่างเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ จากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินไทย การปะทะสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 วีรกรรมการสู้รบของกำลังพลในพื้นที่เขาพระวิหาร-ภูมะเขือ-พลาญยาว ห้วงปี พุทธศักราช 2551-2554 มีกำลังพลเสียสละชีวิต 5 นาย และได้รับบาดเจ็บ 25 นาย นับได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรีของชายชาติทหาร สมควรได้รับการยกย่อง เชิดชู เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีและความเสียสละ เพื่อประเทศชาติ กองกำลังสุรนารี จึงได้จัดสร้างอนุสรณ์เกียรติภูมิภูมะเขือขึ้น ลักษณะเป็นหุ่นทหารราบพร้อมเครื่องสนาม ประกอบธงไตรรงค์โบกสะบัด ซึ่งเป็นสิ่งหลอมรวมจิตใจของทหารทุกนายให้มีความกล้าหาญ พร้อมปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบอย่างภาคภูมิ/////

ภาพ / ข่าว ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *