



สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ร่วมกับสถาบันTVAจัดงาน LONGEVITY ECONOMIC FORUM 2026 : THE CONVERGENCE OF WISDOM – From Ancient Wisdom to the Future of Longevity ในวันที่ 5 กันยายนนี้ ตั้งเป้าต่อยอดจุดแข็งสุขภาพไทยสู่โอกาสใหม่ใน Longevity Economyตั้งแต่การแพทย์ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน Wellness อาหารและสมุนไพร เทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึง Medical & Wellness Tourism
งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรม “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 – KMITL Innovation EXPO 2026” ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” ในโอกาสครบรอบ 66 ปีของ สจล. เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์จริง
รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างองค์ความรู้ แต่ต้องสามารถเชื่อมองค์ความรู้เข้ากับโจทย์สำคัญของโลก เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยและหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย การสร้างระบบที่ทำให้ประชาชนมีชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาพดีจึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสใหม่ของประเทศ
ด้าน นายชยดิษฐ์ หุตานุวัตร์ ประธานสถาบัน TVA กล่าวว่า Longevity กำลังขยายตัวจาก “เรื่องสุขภาพ” ไปสู่ “ระบบเศรษฐกิจ” ที่เกี่ยวข้องกับหลายอุตสาหกรรม และประเทศไทยมีต้นทุนที่แข็งแรงอยู่แล้ว ทั้งการแพทย์และบริการสุขภาพ การแพทย์แผนไทย สมุนไพร อาหาร Wellness และการท่องเที่ยว
“โจทย์สำคัญคือเราจะเปลี่ยนจุดแข็งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ได้อย่างไร หากเราสามารถเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี เงินทุน และตลาดต่างประเทศเข้าด้วยกัน Longevity Economy มีโอกาสกลายเป็น New S-Curve สำคัญของประเทศไทยได้” นายชยดิษฐ์กล่าว
LONGEVITY ECONOMIC FORUM 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีพูดถึง “การมีอายุยืน” แต่เป็นพื้นที่ที่นำ ผู้กำหนดนโยบาย มหาวิทยาลัย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคธุรกิจจากไทย–อินเดีย มาพบกัน เพื่อมองอนาคตร่วมกันว่า สุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวจะสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศได้อย่างไร
เวทีครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขแบะเครือข่ายสุขภาพรวมถึง กระทรวง AYUSH และกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัว รัฐบาลอินเดีย
โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ พิธีลงนาม MOU ด้าน Ayurveda, Thai Traditional Medicine and Healthy Longevity เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านองค์ความรู้ การศึกษา การวิจัย การพัฒนาบุคลากร และนวัตกรรมด้านสุขภาพโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII อดีตรัฐมนตรีและรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เกียรติแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Asian Wisdom: Thailand’s New S-Curve, Shaping the Future of the Longevity Economy (ภูมิปัญญาเอเชีย: New S-Curve ของไทย ขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจอายุยืน)”
Longevity Economic Forumจัดโดย KMITL ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม KMITL, TVA Consulting Valley และ Mandala Holding (Thailand) กำหนดจัดวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 12.00–16.00 น. ณ อาคารหอพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวามหามกุฏวิทยมหาราช สจล.
ทั้งนี้ TVA Consulting Valley ร่วมทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาการจัดงาน โดยมีบทบาทในการเชื่อมโยงมิติด้านยุทธศาสตร์ ภาคธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้องค์ความรู้จากเวทีสามารถต่อยอดไปสู่ Business Ecosystem การลงทุน นวัตกรรม และความร่วมมือทางธุรกิจ ที่เกิดขึ้นได้จริง.
Share this content:
