










วันที่ 3–4 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำตก สถานีพัฒนาที่ดินน่าน อุทยานแห่งชาติขุนสถาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการการขยายผลเครือข่ายชุมชนด้านการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อนและฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดน่าน ปี 2569
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 คณะทำงานได้ประชุมหารือและรับฟังปัญหาความต้องการของชุมชนตำบลน้ำตก โดยมี นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ร่วมให้ข้อเสนอแนะ พร้อมด้วย นายกฤษดา ฝั้นก้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำตก นายทักษิน โนจักร กำนันตำบลน้ำตก นายนคร สอนสมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินน่าน เจ้าหน้าที่อุทยานขุนสถาน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วม
ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงความต้องการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ชุมชนได้เสนอแนวทางปรับปรุงและซ่อมแซมระบบกั้นน้ำสำหรับประปาภูเขาบริเวณห้วยน้ำสระ รวมทั้งเสนอการปรับปรุงฝายจำปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและกระจายน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของชุมชน ที่ประชุมเสนอให้แต่ละหมู่บ้านจัดเวทีประชาคม เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและจัดลำดับความสำคัญของปัญหาก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตำบลน้ำตกมีพื้นที่ประมาณ 69,375 ไร่ ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน 884 ครัวเรือน และมีประชากรประมาณ 2,000 คน มีพื้นที่การเกษตรประมาณ 31,000 ไร่ โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพกรีดยางพารา ปลูกข้าวโพด ทำนาข้าว และปลูกกาแฟ การจัดการทรัพยากรน้ำจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพ การส่งเสริมพืชทางเลือก และการลดการพึ่งพาการปลูกพืชเชิงเดี่ยว
ต่อมาในวันที่ 4 กันยายน 2569 ณ ศูนย์เรียนรู้ชั่วคราว บ้านพืชเจริญ หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำตก อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ได้จัดกิจกรรมอบรมหัวข้อ “การส่งเสริมอาชีพการปลูกพืชทดแทน” เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจาก นายมนัส ถุณนา นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ เนื้อหาการอบรมครอบคลุมการวางแผนการผลิต การเลือกชนิดพืช การจัดการแปลง และแนวทางผลิตพืชที่มีศักยภาพด้านตลาด พืชทางเลือกที่นำเสนอ ได้แก่ แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศเชอรี่ ผักคะน้า และกลุ่มผักกินใบ
มีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมจำนวน 60 คน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และศึกษาความเป็นไปได้ในการนำพืชทางเลือกไปใช้จริง กิจกรรมดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงการจัดการน้ำกับการปรับระบบการผลิตทางการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ พร้อมสนับสนุนการลดการเผาและการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน การดำเนินงานตลอดสองวันสะท้อนความร่วมมือของภาครัฐ สถาบันการศึกษา ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเกษตรกรในการร่วมกันแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาตำบลน้ำตกสู่ชุมชนเกษตรปลอดการเผา สร้างรายได้ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
#นายวิวรรธน์. แพ่งสุภา
#ประธานเครือข่ายสื่อออนไลน์ภาคเหนือ 17 จังหวัด รายงาน
#ติดตามข่าวที่
#คมชัดAECTV ออนไลน์.
#ข่าวนครAECTV ออนไลน์
#ข่าวทั่วไทย
#ทั่วไทยbyโกดำ
Share this content:
