สุดดราม่า…ลูกฝังใจพ่อถูกฆ่า!!! ตั้งใจเรียนสอบเข้าตำรวจตามล่าคนร้าย สืบจนได้เบาะแส ประสานกองปราบฯตระครุบตัวไว้ได้ ก่อนคดีขาดอายุความเพียง 1 เดือน

วันนี้ ( 5 พ.ย.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.) พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ สว.กก.5 บก.ป.ร่วมกับ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผบ.หมู่.กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 นำกำลัง จับกุมตัว นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี ชาว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม โดยจับได้ที่บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

พ.ต.อ.ภูมินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 – 6 ธ.ค.ต่อเนื่องกัน ปี 2541 ที่ หมู่ที่ 6 ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จว.สุราษฎร์ธานี นายบุญฤทธิ์ พร้อมกับพวก ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดฆ่า นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และนายชาณี ทองหญีต แล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง บ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายทั้งงคู่ได้ขับรถสิบล้อ เพื่อไปบรรทุกไม้ยางที่บริษัทแก่งหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.พุนพิน เมื่อผู้ตายทั้งสองมาถึงที่บริษัทได้จอดรถรออยู่ด้านหน้า ขณะนั้น นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวกได้เข้ามาปล้นรถบรรทุกโดยใช้อาวุธมีดจี้บังคับผู้ตายทั้งสองให้ขึ้นรถยนต์กระบะ โดยใช้ถุงพลาสติกสีดำคลุมศีรษะและใช้อาวุธมีดฆ่านายประสิทธิ์ และนายชาณี ในเวลาต่อมา แล้วนำศพไปทิ้งดังกล่าว

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวอีกว่า ต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหมายจับ ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุนั้นภรรยาของหนึ่งในผู้ตายได้ตั้งครรภ์และต่อมาคลอดบุตรชาย ปัจจุบันบุตรของผู้ตายสามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้ติดยศ สิบตำรวจตรี สังกัด ตำรวจภูธรภาค 8 และสืบสวนจนทราบว่า นายบุญฤทธิ์ ผู้ฆ่าบิดาตนเองยังไม่ถูกจับกุม จนได้เบาะแสแหล่งกบดาน จึงได้ประสานชุดสืบสวนกองปราบฯเข้าวางแผนจับกุม

เบื้องต้นสอบสวน นายบุญฤทธิ์ ให้การยอมรับว่า เป็นบุคคคลตามหมายจับจริง เมื่อรู้ว่ามีหมายจับจึงหลบหนี และไม่ได้ทำบัตรประชาชนอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมา ส่วนพฤติกรรมของคดีขอให้การปฏิเสธ และจะขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ชุดสืบสวนจึงจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 บุตรชาย นายประสิทธิ์ ผู้ตาย กล่าวว่า ตอนจำความได้เคยถามแม่ว่าพ่อหายไปไหน แต่แม่ไม่บอก จนกระทั่งตนรบเร้าหลายครั้งจนแม่ยอมบอกว่าพ่อถูกฆ่าตาย และบอกอีกว่าพ่ออยากให้ตนเป็นนายร้อยตำรวจ จึงมุ่งมั่นสอบเข้าตำรวจให้ได้ตามที่พ่อคาดหวัง อีกทั้งอยากจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อด้วย ต่อมาเมื่อปี 2560 ก็สอบเข้าตำรวจได้ จึงไปสอบถามตำรวจเก่าๆ และญาติๆ ที่รู้เรื่องพ่อ จนทราบว่าคดีนี้มีผู้ต้องหา 3 ราย ถูกจับกุมไปแล้ว 2 ราย เหลือเพียง นายบุญฤทธิ์ ที่ยังหลบหนี จากนั้นก็ทราบว่าเขาไปกบดานที่ประเทศมาเลเซีย และเพิ่งเข้ามาในพื้นที่ไม่นาน จึงประสานตำรวจกองปราบปรามจับกุมดังกล่าว

“รู้สึกดีใจมากที่ผมมีส่วนร่วมจับกุมคนร้ายที่ฆ่าพ่อผมได้ โดยคดีนี้ผมสืบสวนหาข่าวด้วยตัวเอง เนื่องจากตำรวจท้องที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ เมื่อได้ข้อมูลว่าคนร้ายกลับเข้ามาในพื้นที่จึงประสานกองปราบจับกุมดังกล่าว ” ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ กล่าว