#ชมคลิปผู้ว่ามุกดาหารสั่งดูแลแรงงานไทย-อิสราเอลแจ้งอยู่ 52 คนกลับรอบแรกLY083/15คน กลุ่ม2แอร์บัส340/140คน กลุ่ม3บินพาณิชย์/80คน

ผู้ว่ามุกดาหารสั่งดูแลแรงงานไทย-อิสราเอลแจ้งอยู่ 52 คนกลับรอบแรกLY083/15คน กลุ่ม2แอร์บัส340/140คน กลุ่ม3บินพาณิชย์/80คน


นางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า จากคนไทยในอิสราเอล ทั้งหมดประมาณ 30,000 คน มีแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศ ประมาณ 3,863 คน ประสงค์อยู่ต่อ 52 คน ซึ่งทั้ง 2 ส่วน มีทั้งแรงงานที่เดินทางไปอย่างถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย
ขณะนี้สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ และสายด่วน สำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารเดินทางติดตัวสถานทูตฯ จะออกเอกสารการเดินทาง ที่เรียกว่า CI ให้แรงงานไทย โดยจะรับแรงงานมาถึงก่อนเวลาเครื่องออก 4 – 5 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการเรื่องเอกสาร อย่างไรก็ตามการอพยพแรงงานไทยกลับประเทศจะพิจารณาจัดส่งคนจากพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับก่อน กำหนดการการอพยพแรงงานไทยออกจากอิสราเอล สถานทูตไทยประจำกรุงเทลอาวีฟ ส่งกลับแรงงานไทย ดังนี้
ครั้งที่ 1 ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ผู้บาดเจ็บที่ได้รับการรักษาแล้ว จำนวน 4 คน แรงงานที่อพยพมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 11 คน โดยเที่ยวบิน LY083 สายการบินแห่งชาติอิสราเอล จะออกเดินทางเวลา 21.45 น. ของวันที่ 11 ต.ค. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 10.35 น. ในวันที่ 12 ต.ค. ตามเวลาในประเทศไทย
กลุ่มสอง วันที่ 15 ตุลาคม กระทรวงการต่างประเทศเตรียมขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าของแต่ละประเทศและบินเข้าอิสราเอล ด้วยเครื่องบินแอร์บัส 340 เพื่อไปรับแรงงานไทยจำนวน 140 คน ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นการใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศจะไม่ใช่เครื่องบินพาณิชย์ ที่สามารถบินตามเส้นทางได้
กลุ่มสาม วันที่ 18 ตุลาคม บินกลับประเทศไทย จำนวน 80 ที่นั่ง โดยจะให้เจ้าหน้าที่โทรกลับหาผู้ที่แจ้งความประสงค์เพื่อเตรียมการด้านตั๋วเครื่องบินซึ่งจะใช้สายการบินพาณิชย์ และเครื่องเช่าเหมาลำในการอพยพคนไทยกลับ เบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับคนไทยในพื้นที่สีแดงเป็นลำดับต้น
กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า เที่ยวบินที่ไปรับคนไทยยังไม่สามารถที่จะลำเลียงศพผู้เสียชีวิตที่เป็นแรงงานชาวไทยกลับมาได้ เนื่องจากตอนนี้ต้องรอทางอิสราเอลพิสูจน์อัตลักษณ์อาจต้องใช้เวลาและต้องรอกระบวนการตามขั้นตอน
นางสาววันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวตอนท้ายว่า นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงพื้นที่เยี่ยมพร้อมมอบสิ่งของให้ครอบครัวแรงงานที่ไปทำงานอิสราเอลครบทั้ง 7 อำเภอ รวม 106 รายเรียบร้อยแล้ว แรงานทุกคนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยสามารถติดต่อกลับมาบ้านได้ โดยเฉพาะรายของนางสาวปภัสสร แข็งขัน (น้องปุ๊ก) ทำงานห่างฉนวนกาซาประมาณ 4-5 กม. ตามโครงการความร่วมมือไทย – อิสราเอล โดยสำนักงานจัดหางานของกรมแรงงาน เมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา

ช่วงเกิดเหตุสงครามอิสราเอลวันแรก ครอบครัวรับแจ้งว่าอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุและไม่สามารถติดต่อได้ทำให้คุณพ่อเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดครอบครัวน้องปุ๊กได้รับแจ้งว่า ได้ย้ายไปอยู่เมืองที่ห่างไกลจากพื้นที่เกิดเหตุมากกว่า 40 กม. และได้ติดต่อกลับมาบ้านแล้วแจ้งว่าขณะนี้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ++++

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *