



สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 จับกุมหญิงรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ โดยเข้าจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยนายเอกชัย เกษมสุขธวัช และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เขต 3 ร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นางสาวนภัสชญา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ จ.97/2566 ลงวันที่ 1 กันยายน 2566 โดยสามารถจับกุมได้บริเวณห้องโถงผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 เวลาประมาณ 23.00 น. ภายหลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 22 เมษายน 2559 เมื่อครั้งผู้ต้องหาดำรงตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองข่า อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการเงิน
ตามข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ท. ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้รับเงินของหน่วยงานหลายประเภท ได้แก่ เงินประกันสัญญา เงินคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินค่าตอบแทนคณะกรรมการสอบเลื่อนระดับ เงินค่าขายแบบ และเงินชำระหนี้โครงการเศรษฐกิจชุมชน แต่ไม่นำเงินดังกล่าวฝากธนาคารตามระเบียบและกฎหมาย รวมถึงมีบางรายการที่ถูกกล่าวหาว่ามีการยกเลิกใบเสร็จโดยมิชอบ
การกระทำที่ถูกกล่าวหาเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระ รวม 24 ครั้ง ส่งผลให้เกิดภาวะเงินขาดบัญชี และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองข่าได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 258,590 บาท
ภายหลังการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหาเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ และเมื่อทราบกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทย จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและจับกุมตามหมายจับดังกล่าว ก่อนเตรียมนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ท. ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจติดตามและดำเนินการกับผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีทุจริต โดยย้ำว่าการกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องการกระทำของบุคคล ไม่ควรนำไปเหมารวมถึงหน่วยงานต้นสังกัด
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ติดตามข่าวสารและแจ้งเบาะแสการทุจริต: สำนักงาน ป.ป.ท. โทรศัพท์สายด่วน 1206
Share this content:
