








ทางด้าน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้มีประกาศให้พื้นที่ 4 ตำบล ได้หลีกเลี่ยงการนำน้ำจากแม่น้ำสายมาใช้โดยตรงโดยเฉพาะผลิตน้ำดื่ม ประกอบอาหาร ทำน้ำแข็ง แปรรูปอาหาร ล้างภาชนะ หรือกิจกรรมที่อาจทำให้สารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายนั้น ล่าสุดพบสภาพของแม่น้ำสายที่ไหลมาจากประเทศเมียนมมีสีขุ่นเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากระดับน้ำลดเพราะไม่มีฝนตกหนักเหมือนช่วงก่อน ปราการณ์ดังกลาได้สร้างความกังวลให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่ง
ด้าน Eastern Thanlwin ที่ติดตามสถานการณ์ในรัฐฉานตะวันออกรายงานว่าปัจจุบันประชาชนชาวไทยได้เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนแม่่น้ำ และทางหน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยได้ตรวจสุขภาพประชาชนใน 18 อำเภอจำนวน 569 คน พบมีสารเคมีในร่างกายเกินมาตรฐาน 31 คน ทำให้จะมีการตรวจอย่างละเอียดภายในสิ้นปีนี้โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลและหน่วยงานท้องถิ่น ขณะที่มีพื้นที่เพาะปลูกลุ่มแม่น้ำแม่สายเกือบ 70,000 เฮกเตอร์ ที่จำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่่น้ำ
ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เปิดเผยว่าตนต้องขอขอบคุณทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ที่ได้มีประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์การมีสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภคโดยตรง กร
ะนั้นประกาศนี้ควรจะออกมาตั้งแต่เดือน เม.ย.2568 ซึ่งเริ่มพบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานแล้ว อย่างไรก็ดีประกาศได้ทำให้ทั้งประชาชนและภาครัฐไม่ต้องถกเถียงหรือสงสัยกันอีกต่อไปหลังจากที่ผ่านมาภาคประชาชนสงสัยมาโดยตลอดว่าแม่น้ำยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่และภาครัฐมักให้คำตอบไม่ชัดเจน ปัจจุบันประกาศครอบคลุมเฉพาะการใช้น้ำเกือบทุกด้านแต่ยังยกเวันเพื่อการเกษตรซึ่งมีเนื้อที่นาข้าวใน 8 ตำบล 54 หมู่บ้าน ทำนาปีละ 2 ครั้งรวมกันกว่า 60,500 ไร่ คาดว่าเพราะได้อ้างอิงเกณฑ์องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่กำหนดว่าสารหนูไม่เกิน 0.10 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกัว 5.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
ดร.สืบสกุล กล่าวว่าดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรตั้งคณะกรรมาการระดับชาติขึ้นมาโดยมีองค์ประกอบจากภาครัฐ วิชาการ ประชาสังคม เกษตรกร ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทาง มาตรการและแผนปฏิบัติการพร้อมงบประมาณสนับสนุน ส่วนรัฐบาลนั้นจะเห็นได้ว่าในระดับจังหวัดมีการยกระดับการเฝ้าระวังแล้ว รัฐบาลจึงต้องยกระดับการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุตามมา นอกเหนือจากการข้อตกลงหรือ TOR ไทย-เมียนมา เช่น ยุติการนำเข้าแร่สำคัญจากประเทศเมียนมาเป็นการชั่วคราวตลอดแนวชายแดน อ.เชียงของ อ.เชียงแสน อ.แแม่สาย จ.เชียงราย อ.แม่สอด จ.ตาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน อ.สังขละบุรี บ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ระนอง เพื่อให้รัฐบาลเมียนมาและกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธต้องเจรจากับไทยอย่างจริงจัง,ยุติการส่งออกแร่สำคัญเป็นการชั่วคราวไปยังประเทศจีน เพื่อให้จีนยอมเจรจาหาทางออก,ยุติการส่งออกเครื่องจักรและสารเคมีในการทำเหมืองแร่ไปยังเมียนมาเป็นการถาวร,ให้บริษัทในประเทศไทยผู้นำเข้าแร่จากเมียนมา และบริษัทผู้ส่งออกแร่ต้องแสดงที่ตั้งเหมืองแร่ที่รับซื้อมาจากฝั่งเมียนมาทั้งหมดเพื่อนำไปสู่การตรวนสอบและสร้างหลักประกันต่อไป.
รายงานข่าวแจ้งว่ากรมควบคุมมลพิษได้แจ้งผลตรวจคุณภาพน้ำครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 3–7 ส.ค.2569 จำนวน 22 จุด โดยใช้เกณฑ์สารหนูตามมาตรฐานคุณภาพน้ำของไทยคือไม่เกิน 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกั่วไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งพบว่าแม่น้ำกกตั้งแต่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ถึง อ.เมืองเชียงราย มีเกินค่ามาตรฐาน 6 จุด ส่วนแม่น้ำสายพบสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐานทั้ง 3 จุดคือบ้านหัวฝาย มีสารหนูปริมาณ 0.284 มิลลิกรัมต่อลิตร และยังพบตะกั่วในปริมาณ 0.266 มิลลิกรัมต่อลิตร และที่สะพานมิตรภาพแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 ต.แม่สาย พบสารหนูปริมาณ 0.208 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกั่ว 0.193 มิลลิกรัมต่อลิตร ที่บ้านป่าซางงาม อ.แม่สาย พบสารหนูปริมาณ 0.184 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกั่ว 0.176 มิลลิกรัมต่อลิตร ต่อเนื่อง อ.แม่รวก พบที่สถานีสูบน้ำเกาะช้าง ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย พบสารหนูปริมาณ 0.017 มิลลิกรัมต่อลิตร และที่ ต.เวียง อ.เชียงแสน พบสารหนูปริมาณ 0.014 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือเกินค่ามาตรฐานทุกจุด โดยบางจุดมากกว่าค่ามาตรฐานถึง 28 เท่า.
ภาพข่าว – ข่าวพันธมิตรเชียงราย
บก.เจี๊ยบ แม่สายนิวส์ออนไลน์ รายงาน
Share this content:
