













ตาก – ฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำมวลน้ำป่าไหลหลากลงพื้นที่บ้านธงชัย หมู่ที่ 7 ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก่อนกัดเซาะและพัดสะพานข้ามห้วยแม่ละเมาจนได้รับความเสียหาย 2 แห่ง ทั้งสะพานบ้านธงชัยล่างและบ้านธงชัยบน ส่งผลให้เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด รถทุกประเภทไม่สามารถเข้า–ออกหมู่บ้านได้ ชาวบ้านกว่า 1,000 คน จากกว่า 200 ครัวเรือน ต้องเผชิญกับสถานการณ์ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ขณะที่พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายหลายร้อยไร่
เหตุการณ์เกิดขึ้นจากน้ำป่าไหลหลากเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 กระแสน้ำที่ไหลแรงได้กัดเซาะตอม่อสะพานแบริ่งบริเวณบ้านธงชัยล่างจนพังเสียหาย ขณะที่สะพานอีกจุดบริเวณบ้านธงชัยบนได้รับผลกระทบเช่นกัน ทำให้เส้นทางเชื่อมต่อหมู่บ้านไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ความเดือดร้อนส่งผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน ชาวบ้านไม่สามารถใช้รถเดินทางออกจากหมู่บ้านเพื่อซื้ออาหาร สิ่งของจำเป็น หรือเดินทางเข้าเมืองได้ตามปกติ ล่าสุดต้องช่วยกันทำ ทางไม้ไผ่สำหรับเดินข้ามลำห้วย เพื่อใช้เป็นทางสัญจรชั่วคราว ขณะที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและน้ำป่าอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด นายอำเภอแม่สอดมอบหมายให้ นายรัตนกุล สังขศิลา ปลัดอำเภอแม่สอด หรือ “ปลัดอ๊อด” นำถุงยังชีพของกิ่งกาชาดอำเภอแม่สอด จำนวน 20 ชุด เข้าไปมอบให้ราษฎรบ้านธงชัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การลงพื้นที่มีหัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ตก 8 หัวหน้าหมวดการทางแม่สอด (ด่านแม่ละเมา) หัวหน้าหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ผู้อำนวยการกองช่างองค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่ละเมา และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านธงชัย ร่วมตรวจสอบสภาพสะพานและเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย
จากการสำรวจพบว่า จุดสำคัญคือ ตอม่อสะพานข้ามห้วยแม่ละเมาถูกน้ำป่ากัดเซาะจนพังเสียหาย ส่งผลให้รถทุกประเภทไม่สามารถผ่านเข้า–ออกหมู่บ้านได้ ขณะที่ชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนยังคงได้รับผลกระทบโดยตรง
ด้านอำเภอแม่สอดได้ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก และองค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่ละเมา เพื่อเร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ ฟื้นฟูเส้นทางและแก้ไขปัญหาให้สามารถกลับมาใช้สัญจรได้โดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดตากได้ส่งเจ้าหน้าที่กองช่างลงพื้นที่ ประสานองค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่ละเมา จัดชุดช่างเข้าสำรวจสภาพถนนและเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประเมินแนวทางแก้ไขและเตรียมนำเครื่องจักรกลเข้าปรับปรุงฟื้นฟูเส้นทาง
นายดำรงค์เดช แซ่กือ ผู้ใหญ่บ้านธงชัย หมู่ที่ 7 ตำบลด่านแม่ละเมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำป่าไหลหลากและพัดสะพานในพื้นที่เสียหายถึง 2 แห่ง ทั้งสะพานบ้านธงชัยล่างและบ้านธงชัยบน ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 1,000 คน จากกว่า 200 ครัวเรือน ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้ตามปกติ
นอกจากปัญหาด้านเส้นทางแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำการเกษตร ทั้งพืชไร่และพืชสวน โดยเฉพาะ ข้าวโพดและพริก ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงให้ผลผลิต แต่ไม่สามารถขนส่งออกไปจำหน่ายได้ตามปกติ
ด้านชาวบ้านรายหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง เล่าว่า ตนเองปลูกข้าวโพดได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมประมาณ 40 ไร่ ผลผลิตจมน้ำและได้รับความเสียหาย ขณะที่ยังมีเกษตรกรอีกหลายรายได้รับผลกระทบทั้งข้าวโพดและพริก รวมพื้นที่เบื้องต้น หลายร้อยไร่
ชาวบ้านรายดังกล่าวกล่าวอีกว่า นอกจากพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายแล้ว ยังมีรถของชาวบ้านบางรายได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย ที่สำคัญขณะนี้ข้าวโพดกำลังให้ผลผลิตและพริกกำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยว แต่ไม่สามารถนำผลผลิตออกไปขายให้พ่อค้าได้ เนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาด ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง ขณะที่เกษตรกรยังมีภาระต้องชำระหนี้กับ ธ.ก.ส. รวมถึงแหล่งเงินทุนและร้านจำหน่ายปุ๋ยและยา
สิ่งที่ชาวบ้านเป็นห่วงมากที่สุด คือ หากมีผู้ป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน จะไม่สามารถนำตัวออกจากหมู่บ้านได้อย่างสะดวก เนื่องจากสะพานและถนนถูกตัดขาด ขณะที่เส้นทางไม้ไผ่ที่ชาวบ้านทำขึ้นสามารถใช้ได้เพียงการเดินเท้าชั่วคราวเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ผู้นำหมู่บ้านได้เร่งสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร เบื้องต้นพบพื้นที่ได้รับผลกระทบ หลายร้อยไร่ ทั้งข้าวโพด พริก และข้าวไร่ เพื่อรวบรวมข้อมูลรายงานให้อำเภอพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ
ทั้งนี้ อำเภอแม่สอดได้รายงานสถานการณ์และความเสียหายไปยังจังหวัดตากแล้ว เพื่อให้จังหวัดพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต่อไป
สำหรับชาวบ้านธงชัย ขณะนี้สถานการณ์ไม่ได้มีเพียงเรื่อง “สะพานขาด–ถนนขาด” แต่กระทบต่อการใช้ชีวิตทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่การเดินทาง การซื้ออาหาร การเข้าถึงบริการสาธารณสุข ไปจนถึงการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่กำลังจะเก็บเกี่ยว ขณะที่ประชาชนกว่า 1,000 คน จากกว่า 200 ครัวเรือน ยังคงรอการฟื้นฟูเส้นทางอย่างเร่งด่วน และต้องใช้ทางไม้ไผ่เป็นทางออกชั่วคราวต่อเนื่องเป็นวันที่ 4
ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน
Share this content:
