









สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสระแก้วยังคงน่าเป็นห่วง หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและมวลน้ำป่าที่ไหลหลาก ขณะที่พื้นที่ตัวเมืองสระแก้วได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังระบบผลิตและจ่ายน้ำประปาได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ประชาชนกว่า 8,000 ครัวเรือน ไม่มีน้ำประปาใช้ ในพื้นที่ตัวเมืองสระแก้ว ส่งผลให้หัวสูบน้ำของระบบประปาจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้ไม่สามารถผลิตและจ่ายน้ำประปาได้ตามปกติ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสระแก้วจึงเร่งดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมระบบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้โดยเร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่บ้านห้วย และบ้านแก้ง จังหวัดสระแก้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้รายงานปัญหาความเดือดร้อนจากระบบประปาให้รับทราบโดยตรง พร้อมได้สั่งการให้ผู้จัดการการประปาเร่งดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมระบบโดยทันที ตามแนวทางที่จังหวัดสระแก้วกำหนด เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและกลับมาแจกจ่ายน้ำประปาให้ประชาชนได้ภายในวันนี้ หรืออย่างช้าภายในวันพรุ่งนี้ และที่อรัญประเทศน้ำยังทรงตัว รถเล็กยังผ่านไม่ได้
ล่าสุดวันนี้ (29 ก.ย. 2569) ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสระแก้วยังคงวิกฤตและน่าเป็นห่วงในหลายพื้นที่ เนื่องจากมีฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมวลน้ำป่าที่หนุนสูง อย่างไรก็ตาม บางจุดเริ่มมีสัญญาณแนวโน้มที่ดีขึ้น
ส่วนในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ ระดับน้ำในเขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ รวมถึงตลาดเมืองอรัญประเทศ ชุมชนบ้านน้อย บ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.อรัญประเทศ บ้านพักข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ชุมชนซอยต้นโพธิ์ ชุมชนบ้านอรัญ ชุมชนหน้าโรงเรียนบ้านชนะชัยศรี และชุมชนมิตรสัมพันธ์ ระดับน้ำยังคงทรงตัว หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในประมาณ 2-3 วัน
สำหรับอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง ยังคงเปิดประตูระบายน้ำในอัตรา 10.00 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเช่นเดิม ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 63.839 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 98.21% ของความจุอ่างทั้งหมด 65.00 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยวันนี้มีปริมาณฝนวัดได้ 0.0 มิลลิเมตร
ถนนสาย 33 สุวรรณศร สายสระแก้ว-กบินทร์บุรี บริเวณสำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียงปั๊ม ปตท.ข้าวเจ้าข้าวหอม ยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
เบื้องต้นรถกระบะยังสามารถสัญจรผ่านได้ แต่รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ยังไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนและมวลน้ำที่ไหลลงมาเพิ่มเติม…
….…รายงานข่าวจาก.ไตรรัตน์ มีวงษ์ จ.สระแก้ว….
Share this content:
