

นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ เขต 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำนวยการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชน บริเวณบึงมาย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ม.5 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล และ ม.7 ต.ข่อยสูง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์







ความคืบหน้าล่าสุด องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ (อบจ.อต.) ร่วมกับเทศบาลตำบลเมือง ได้ส่งเครื่องจักรกลหนักเป็นรถแม็คโครเข้าสนับสนุนในพื้นที่ เพื่อเร่งขุดตักผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำออกจากบึงมาย เปิดทางระบายน้ำให้ไหลสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมวางกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหากมีฝนตกหนักซ้ำ
ผวจ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า บึงมายเป็นพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง มีเนื้อที่รวม 6,408 ไร่ โดยเป็นพื้นที่รองรับน้ำประมาณ 4,200 ไร่ ที่เหลือเป็นแนวคันดิน มีความจุสูงสุด 11.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำเต็มความจุแล้ว โดยมวลน้ำป่าที่ไหลเข้าท่วมนาข้าวของชาวบ้านในครั้งนี้ เป็นน้ำที่ไหลมาจาก ต.ดงคู่, อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เข้าสู่ ต.ด่านแม่คำมัน, คลองแม่พร่อง และ ต.ไผ่ล้อม จ.อุตรดิตถ์
สำหรับการระบายน้ำออกจากบึงมาย จะเร่งระบายลงสู่คลองพระสวัสดิ์ เพื่อไหลต่อไปลงสู่ลำน้ำน่าน บริเวณ ต.คอรุม อ.พิชัย นอกจากนี้ ผวจ.อุตรดิตถ์ ยังได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพและความพร้อม จัดซื้อรถแม็คโครประจำหน่วยงานไว้อย่างน้อยแห่งละ 1 คัน เพื่อให้สามารถนำมาปฏิบัติการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้กับประชาชนได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ
ชาวบ้านร้องแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก–ระบบระบายน้ำไร้ประสิทธิภาพ
สำหรับปัญหาที่ ชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ได้ ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากเป็นประจำทุกปี โดยต้นเหตุสำคัญมาจากระบบระบายน้ำในพื้นที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยเฉพาะโครงการคลองชลประทานบางส่วนที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ รวมถึงการสร้างถนนตัดผ่านพื้นที่ทุ่งนาเป็นแนวยาวโดยไม่มีการวางท่อระบายน้ำหรือช่องทางให้น้ำไหลผ่านไปยังอีกฝั่ง ส่งผลให้มวลน้ำถูกกีดขวางและทะลักเข้าท่วมสะสมในพื้นที่การเกษตร สร้างความเสียหายแก่นาข้าวและกระทบการเดินทางอย่างหนัก
ปัญหาดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นซ้ำเล่าโดยไร้การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพคลองและระบบระบายน้ำทั้งระบบอย่างจริงจัง พร้อมเร่งปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่การเยียวยาหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงน้ำหลากเท่านั้น
ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในปีหน้า โดยมี สส.รวี เล็กอุทัย ร่วมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันไม่ให้เกษตรกรต้องแบกรับความเสียหายซ้ำซากอีกต่อไป
นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์
Share this content:
