



วันนี้ (3 ส.ค69) ที่สำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย ได้มีผู้เสียหายจากการถูกหลอกให้ไปทำงานที่ต่างประเทศจำนวน 81 ราย เดินทางไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้ดำเนินคดีและนำค่าเสียหายกลับคืนมา โดยทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.เชียงราย จำนวน 69 ราย และจังหวัดอื่นๆ อีก 12 ราย ซึ่งนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย สำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวเอาไว้ พร้อมสอบปากคำแต่ละราย สรุปได้ว่าทั้งหมดได้ติดต่อทางออนไลน์ TikTok กับผู้ที่อ้างว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศไอร์แลนด์ในทวีปยุโรปและประเทศแคนาดาในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ละคนหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้เฉลี่ยรายละ 290,000-350,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ
แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับบุคคลดังกล่าวได้อีกเลย ส่วนใหญ่ยังอยู่ในประเทศไทย มีบางคนได้เดินทางไปถึงประเทศไอร์แลนด์จริงแต่ไม่มีงานให้ทำตามที่อ้างจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัคราชทูตไทย ทำให้ต่างได้รับความเดือดร้อนกันอย่างหนัก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบผู้ที่ทั้ง 81 รายติดต่อไปไม่เป็นเอกชนที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจจัดหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศแต่อย่างใด จึงรวบรวมข้อมูลหลักฐานจากทุกรายเพื่อนำไปประกอบการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่ จ.เชียงราย รวมจำนวน 11 สถานีตำรวจภูธร และจังหวัดอื่นๆ อีก 10 สถานีรวมทั้งหมด 21 สถานีตำรวจภูธรต่อไป
นายสคา แชมือ อายุ 32 ปี ชาว อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่าตนเห็นไลฟ์สดใน TikTok อ้างว่าเป็นบริษัทจัดหางานพาคนไปทำงานที่ประเทศแคนาดา มีการอ้างว่ามีคนเคยไปทำงานผ่านบริษัทนี้มาแล้ว ตนเข้าไปสอบถามก็ได้รับการชักชวนให้สมัครไปทำงานแลกกับการจ่ายเงินให้แบ่งเป็นงวดๆ เช่น ค่ายื่นเอกสาร ค่าตรวจสุขภาพ ฯลฯ รวมกันแล้วประมาณ 380,000 บาท โดยครั้งสุดท้ายมีการขอค่าเคลียร์เอกสารอีก 39,000 บาท แต่หลังจากจ่ายไปหมดแล้วผู้ที่อ้างเป็นบริษัทจัดหางานบอกให้รอวีซ่าจากประเทศปลายทางก่อน แต่ตนเห็นว่าผ่านมาหลายเดือนก็ไม่ได้รับคำตอบจึงแจ้งขอยกเลิกและขอเงินคืนแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย
ด้านนายรุจติศักดิ์ กล่าวว่าแนวทางการช่วยเหลือทั้ง 81 รายคือการดำเนินคดีและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก โดยในส่วนของการดำเนินคดีทางจังหวัดจะช่วยรวบรวมพยานหลักฐานและประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละสถานี รวมทั้งหน่วยงานกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงยุติธรรม ฯลฯ เพื่อให้เจ้าทุกข์ทุกรายไปแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง โดยเฉพาะเอกชนรายนี้ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาชักชวนโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้จะประสานขอสนับสนุนค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ด้านการป้องกันเหตุทาง จ.เชียงราย ได้จัดทำ “เชียงรายโมเดล” โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดฝึกอบรม ทดสอบ ตรวจสุขภาพ ตรวจประวัติอาชญากรรม และยื่นขอวีซ่าอย่างครบวงจรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเมากและไม่ต้องกู้เงินนอกระบบเพื่อให้สามารถไปทำงานที่ต่างประเทศได้โดยไม่ถูกหลอกต่อไป
พ.ต.อ.ภาสกร สุขะ ผกก.สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่าได้มีการสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในพื้นที่เตรียมความพร้อมรับแจ้งความโดยจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าให้ปากคำ พร้อมประสานสำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดีให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไป
ด้าน น.ส.อังศุวีร์ มณีณัฐกุล นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนจัดหางาน จ.เชียงราย กล่าวว่าปัญหาการหลอกลวงลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ผู้เสียหายถูกชักชวนผ่านทางออนไลน์และหลงเชื่อบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงขอประชาสัมพันธ์ว่าบริษัทที่จะจัดหางานไปต่างประเทศได้ต้องจดทะเบียนอย่างถูกต้องและได้รับใบอนุญาตจากกรมการจัดหางาน เช่นเดียวกับตำแหน่งงานและการโฆษณารับสมัครงานก็ต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่เช่น จึงขอให้ประชาชนสอบถามสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกแห่งก่อนตัดสินใจเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ.
ภาพข่าว – ข่าวพันธมิตรเชียงราย
บก.เจี๊ยบ แม่สายนิวส์ออนไลน์ รายงาน
Share this content:
