เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดพังงา

0
74

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดพังงา ตั้งจุดสกัด บริเวณแยกมะรุ่ย ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด และจุดสกัดหน้าที่ทำการสาธารณสุขอำเภอทับปุด จ.พังงา ตามประกาศทางจังหวัดพังงาฉบับที่ 6 เรื่องกำหนดเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม การแพร่ระบาดจากโรคติดต่อโควิค 19 สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ปริมลฑล และพื้นที่พบการระบาดของโรค ลงชื่อนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา โดยสาระสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าวให้ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดพังงา ที่เดินทางออกจากจังหวัดพังงาไปพื้นที่ระบาดของโรคแล้วเดินทางกลับมาจังหวัดพังงาต้องกักตัวเองเพื่อสังเกตุอาการในที่พักอาศัยเป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่เดินทางมาถึงจังหวัดพังงา และเจ้าบ้านต้องแจ้งต่อเจ้านักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ทราบทันที เว้นแต่บุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นตามระบุในประกาศ สำหรับบุคคลทั่วไปที่เดินทางเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดพังงา เพื่อปฏิบัติภารกิจและกลับออกไปภายในวันเดียวกัน ต้องรับการคัดกรอง ณ จุดตรวจเข้าออกข้ามเขตจังหวัดตามที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติต่อ เพื่อประโยชน์ของการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิค 19 ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.63 ถึง วันที่ 30 เม.ย.63 นี้

โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจบัตรประชาชนเพื่อป้องกันการหลบหนีของผู้ที่มีประวัติ การติดเชื้อจากพื้นที่อื่นเข้ามาในพื้นที่จังหวัดพังงา พร้อมคัดกรองวัดอุณหภูมิแก่ผู้ที่สัญจรเข้าออกภายในจังหวัดพังงาทุกราย ซึ่งจังหวัดพังงาตั้งจุดสกัดคัดกรองการเดินทางในพื้นที่จำนวน 5 จุด คือ ด่านสกัด แยกมะรุ่ย ต.มะรุ่ย ด่านสกัดหน้าที่ทำการสาธารณสุขอำเภอทับปุด ด่านบ้านเตรียม ต.คุระ อ.คุระบุรี ด่านบ้านรมณีย์ ต.รมณีย์ อ.กะปง และ ด่านบ้านท่านุ่น อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งทั้ง 5 ด่านเป็นเส้นทางเข้าออกจังหวัดพังงา

สำหรับจังหวัดพังงายังไม่มีผู้ติดเชื้อ โควิค 19 มีผู้ป่วยเข้าเกณ์การสอบสวนโรค จำนวน 45 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ 44 ราย รอผลการตรวจ จำนวน 1 ราย ได้รับการคัดกรองสะสม จำนวน 769,774 ราย ซึ่งทางจังหวัดพังงาใช้มาตรการ Lockown Phangnga โดยผู้ที่เดินทางจากพื้นที่ติดเชื้อต้องกักตัว 14 วัน พร้อมให้เจ้าบ้านแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ทราบทันที หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558