นครพนม ปลากระชังตายต่อเนื่องกว่า 300 ตัน สูญนับ 20 ล้าน
ครูแก้ว เร่งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ช่วยเหลือ อ่วมไม่เข้าเกณฑ์ชดเชยเยียวยา
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.นครพนม ผลกระทบจากฝนหลงฤดูตกต่อเนื่อง ในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา ทำให้ สภาน้ำในลำน้ำสงคราม เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทั้งสภาพน้ำ อุณหภูมิ รวมถึงปริมาณออกซิเจน ลดลง ทำให้ปลานิลในกระชัง ของเกษตรกร ที่เลี้ยงในลำน้ำสงคราม ในพื้นที่ อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม และ อ.ท่าอุเทน น็อกน้ำตาย เพราะปรับสภาพไม่ทัน ซึ่งล่าสุดยังได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้ปลานิลในกระชัง ยังทยอยตาย จำนวนมาก โดยทางด้าน นายสำราญ รื่นนาค ประมงจังหวัดนครพนม ได้ประสานเจ้าหน้าที่ประมงในพื้นที่อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำชาวบ้าน พร้อมวางมาตรการป้องกันช่วยเหลือ ลดปริมาณการตายให้มากที่สุด เนื่องจากสร้างความเดอืดร้อนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก
เบื้องต้น ทางด้าน นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 พร้อมด้วย นายสำราญ รื่นนาค ประมงจังหวัดนครพนม ได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ตรวจสอบหาทางช่วยเหลือป้องกันไม่ให้ตายเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบของประมงจังหวัดนครพนม พบว่า มีปลานิลในกระชัง ตายไม่ต่ำกว่า 300 ตัน หนักสุดในพื้นที่ บ้านหาดกวน ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม มีปลาในกระชังตายไม่ต่ำกว่า 100 ตัน คิดเป็นมลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 15 – 20 ล้านบาท เพราะมีราคาซื้อขาย ประมาณกิโลกรัมละประมาณ 50 -60 บาท ซึ่งเป็นปลาที่มีขนาดน้ำหนักประมาณ 1 – 1.2 กิโลกรัม ที่กำลังเตรียมส่งขายสู่ตลาด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกับเกษตรกร ต่างเร่งเก็บปลานิลที่ตาย ขึ้นจาก น้ำ เพื่อนำมาทำปลาร้า และทำปุ๋ยหมัก แต่มีจำนวนมากเกิน ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงต้องหาทางนำไปทำลายทิ้งด้วยการฝังกลบ เพราะเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น และเริ่มสร้างมลพิษทางน้ำ จึงต้องเร่งกู้ปลาที่ตายขึ้นจากกระชังให้เร็วที่สุด ส่วนการเยียวยาช่วยเหลืออยู่ระหว่างการหารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถเยียวยาชดเชยได้ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา ช่วยเหลือตามระเบียบราชการ ทำได้เพียงการหามาตรการป้องกันแก้ไข ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านขาดทุนหนัก บางรายต้องเป็นหนี้นับล้าน
ด้าน นางสาวนารี โพธิ์สา ประมงอำเภอศรีสงคราม จ.นครพนม เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางประมงจังหวัดนครพนม ได้ประสานให้ ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ หาสาเหตุ พบว่ามาจากน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพรวดเร็วหลังฝนตกหนักในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา จากปกติระดับน้ำต่ำ มีอุณหภูมิสูง แต่พอหลังฝนตกทำให้อุณหภูมิน้ำลดกะทันหัน มีสภาพขุ่น และมีปริมาณออกซิเจนต่ำ ทำให้ปลานิลในกระชัง ปรับสภาพไม่ทันน็อกน้ำตาย โดยจากการสำรวจเบื้องต้นในพื้นที่ 3 อำเภอ ที่เลี้ยงปลาในลำน้ำสงคราม มี อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม และ อ.ท่าอุเทน พบว่า มีปลานิลในกระชังตายไม่ต่ำกว่า 300 ตัน ซึ่งในการช่วยเหลือ ยังอยู่ระหว่างการหารือ จากหลายหน่วยงาน เบื้องต้นทางประมง ได้เข้าไปดูแล ให้คำแนะนำเกษตรกร ให้เร่งนำปลาส่งขาย รวมถึงลดปริมาณการเลี้ยง และย้ายปลาในกระชังออกให้มีปริมาณพอเหมาะไม่ให้แออัดเกินไป ป้องกันปัญหาอออกซิเจนต่ำ เกิดปลาน็อกน้ำตามมา รวมถึงช่วงนี้เกษตรกรควรลดการให้อาหาร ไม่ควรให้อาหารปลาในปริมาณมาก ควรให้จำนวนน้อยแต่ให้บ่อยขึ้น รวมถึงหมั่นสังเกตอาการปลาตลอด ที่สำคัญหากได้ขนาดพอขาย ให้เร่งขายในช่วงนี้ ลดความเสียหาย

ภาพ/ข่าว. เทพพนม หนึ่ง ประทีป รายงาน