ศอ.บต. ต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทยพร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นทางการ

0
72
a89b9e19512ce9117162b4acbb8b69e9.jpg

ศอ.บต. ต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทยพร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นทางการ
วันที่ 4 มีนาคม 256๓ ณ ห้องรับรอง 1 ชั้น 3 อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้อนรับ H.E. Mr. Ahmad Rusdi เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีผู้แทนของกลุ่มงานการต่างประเทศ กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ
นายธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวพบปะและพูดคุยกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทยและคณะ ถึงความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศที่มีต่อกันเสมอมา รวมถึงบทบาทการดำเนินงานของ ศอ.บต. ที่ได้มีการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในส่วนของการขับเคลื่อนโครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่สามารถนำนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาด่านชายแดนทั้ง 9 แห่ง การยกระดับสนามบินในพื้นที่ และการส่งเสริมด้านอาชีพต่างๆของประชาชน จึงทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้ H.E. Mr. Ahmad Rusdi เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย มีความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะด้านการลงทุน ที่ศอ.บต. ได้มีการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ชื่นชมแนวทางการทำงานและยืนยันว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ศอ.บต. จัดขึ้น และขอให้มีการบูรณาการร่วมกับสถานกงสุลอินโดนีเซียและหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการพัฒนาในมิติการต่างประเทศด้วย
อย่างไรก็ตาม ศอ.บต. ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางในการดูแลนักศึกษาไทยในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้สามารถนำนักศึกษาไทยเข้ามาอยู่ในระบบติดตาม เพื่อสะดวกต่อการประสานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะปัจจุบันยังคงมีภาวะการแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด 19 จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการป้องกันและดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทยในต่างแดนด้วย โดยเอกอัครราชทูตฯและคณะ ได้ให้การยืนยันที่จะร่วมบูรณาการเพื่อการสนับสนุนการทำงานกับรัฐบาลไทยในทุกมิติต่อไป /////