นายอำเภอลับแล เอาจริงพวกจุดไฟเผาป่า สร้างหอดูไฟ พบเห็นภายในครึ่งชั่วโมงดับทันที

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายศิวัช ฟูบินทร์ นายอำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหมป่าในพื้นที่ ต.นานกกก และ ต.แม่พูล อย่างน้อย 3-4 ครั้งแล้ว แต่ละครั้งต้องระดมชาวบ้านมากกว่า 100 คน ช่วยกันดับไฟไฟไหม้แต่ละครั้งใช้เวลาดับ 3-4 วัน เหตุที่ต้องระดมชาวบ้านช่วยกันดับเนื่องจาก เกรงว่าไฟป่านั้นจะลุกลามไหม้เข้าสู่สวนทุเรียน ลองกอง และผลไม้อื่น ๆ ซึ่งก็หมายความว่า หากสวนผลไม้ถูกไฟไหม้มากเท่าใด ความเสียหายทางเศรษฐกิจของ อ.ลับแล ก็จะมีมากเท่านั้น ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟไหม้นั้น 100 เปอร์เซ็นต์เกิดจากการจุดของชาวบ้านในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.แพร่ ที่ต้องการหาของป่าแล้วลุกลามเป็นบริเวณกว้าง

นายศิวัช กล่าวว่า แนวทางหนึ่งที่กำลังออกมาใช้คือ การจับกุมคนเผาอย่างจริงจัง โดยประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลับแล เพื่อให้ดำเนินการจับกุม ลงพื้นที่สอบสวนอย่างจริงจัง และสามารถจับดำเนินคดีกับผู้จุดไฟเผาป่าแล้ว 1 ราย เพราะหากไม่ใช้มาตรการทางกฎหมาย ปัญหาการลักลอบเผาป่าเพื่อหวังประโยชน์ตัวเองก็ยังจะเกิดขึ้นเรื่อย นอกจากนี้กำลังสร้างหอดูไฟที่มีรัศมีการมองเห็น 360 องศา มีเจ้าหน้าที่ประจำบนหอ หากพบเห็นไฟไหม้เพียงจุดเล็ก ๆ ก็ให้รีบแจ้งทางวิทยุสื่อสาร เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับประชาชนเข้าไปทำการดับไฟภายในครึ่งชั่วโมง

“เดือนกุมภาพันธ์นี้ มีแผนขอฝนหลวง เพื่อช่วยดับฝุ่นและสร้างความชุ่มชื้นให้ป่า เพราะหากป่ามีความแห้งแล้งมาก การเกิดไฟป่าขึ้นเองตามธรรมชาติก็จะเกิดง่าย สิ่งที่เป็นห่วงมากคือ พื้นที่ที่เป็นส่วนรวมซึ่งไม่ใช่สวนผลไม้ของชาวบ้าน ก็ยังไม่มีการจัดการหรือมีการทำแนวกันไฟ อีกทั้งชาวสวนเองก็ยังไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร สนใจเฉพาะแนวเขตหรือสวนของตัวเอง แต่ไม่คำนึงว่า พื้นที่ส่วนรวมนั้นหากเกิดไฟป่าขึ้นก็อาจจะรุนแรง หรือหากไม่มีใครสนใจมัวคิดว่า เมื่อไฟไหม้จะไม่ถึงพื้นที่ตัวเอง ถือว่าเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้องนัก ต้องไม่ลืมว่า เมื่อไฟไหม้ขอนหรือต้นไม้ หากเศษไม้ที่ถูกไฟไหม้หลุดแล้วกลิ้งลงมาใส่พื้นที่ของชาวบ้านก็ทำให้เกิดไปไฟไหม้ขึ้นได้ และเหตุการณ์แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว อยากให้ชาวบ้านสนใจพื้นที่ส่วนรวมมากกว่านี้” นายศิวัช กล่าว ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน