สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ เตือนประชาชน
“เฝ้าระวังไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019”
*************************
นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า โคโรน่าไวรัส คือ เชื้อไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ รวมไปถึงโรคปอดอักเสบรุนแรง พบได้ทั้งในสัตว์และในคน โดยโคโรน่าไวรัสมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่เคยระบาดรุนแรง ได้แก่ ไวรัสซาร์ส ที่เคยระบาดไปทั่วโลกในปี 2545 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 600 คน และไวรัสเมอร์ส ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 900 คน ในปี 2555 ซึ่ง โคโรน่าไวรัส ที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้ เป็นสายพันธุ์ใหม่ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งคาดกันว่าแม้จะมีความรุนแรงไม่เท่าสายพันธุ์ก่อนๆ แต่ก็มีสิทธิที่เชื้อไวรัสจะพัฒนาตัวเองจนมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดังนั้น ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
โดยโคโรน่าไวรัสที่กำลังระบาดอยู่นี้ คาดกันว่าน่าจะมีศูนย์กลางการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ตอนนี้เริ่มระบาดไปยังเมืองต่างๆ ของประเทศจีน รวมถึงต่างประเทศแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อแล้วหลายร้อยราย ซึ่งในประเทศไทยก็มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วด้วยเช่นกัน
นายแพทย์อดิสรณ์ กล่าวแนะนำและข้อที่พึงปฏิบัติแก่ประชาชนด้วยความห่วงใยว่า ไวรัสโคโรน่าสามารถติดต่อได้จาก “คนสู่คน” โดยสามาถติดต่อได้หลายทาง เช่น การสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วย นอกจากนั้นเชื้อไวรัสโคโรน่า ยังสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายช่องทาง เช่น เยื่อบุทางเดินหายใจ ตา จมูก ปาก ถ้าอากาศโดยรอบมีเชื้อไวรัสโคโรน่าลอยอยู่ อาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยจามหรือไอออกมา เราสามารถติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ผ่านทางการหายใจได้เช่นกัน แต่เนื่องจากธรรมชาติของเชื้อไวรัส เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วแม้จะเป็นเชื้อตัวเดียวกันแต่ความรุนแรงในการก่อโรคของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งด้านพันธุกรรม ภูมิต้านทาน สุขภาพ อายุและประวัติการฉีดวัคซีนของแต่ละคน โดยผู้ป่วยจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้ จะมีอาการทางเดินหายใจ มีน้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ไปจนถึงมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ดังนั้น ประชาชนจึงควรที่จะป้องกันและดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัวให้ดี โดยการดูแลเฝ้าระวัง และป้องกันไวรัสโคโรน่า สามารถทำได้ดังนี้ คือ
● ใช้หลักการป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ ได้แก่ ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย โรคทางเดินหายใจ
● หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หากเลี่ยงไม่ได้ ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย
● ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น หากมีไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศจีน
● หลีกเลี่ยงการไปตลาดที่ขายซากสัตว์ป่าหรือที่มีชีวิต และการสัมผัสโดยไม่ใช้ถุงมือ
● หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัส ตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น
● ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดิน หายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
● รับประทานอาหารปรุงสุกร้อน