โกดำ บุกจังหวัดเชียงใหม่เพื่อมาพบและสัมภาษณ์ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องร่างแก้ไข พรบ.กัญชา และได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขร่าง พรบ. ยาเสพติดให้โทษ ว่าให้กัญชาสามารถนำมาใช้เพื่อการรักษาโรค อันที่จริงในต่างประเทศมีการสกัดกัญชาเพื่อใช้รักษาโรคมะเร็งมานานแล้ว โดยมีรายงานการศึกษาหลายฉบับว่ากัญชามีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งและโรคอื่นๆได้ผลดี ที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนไม่น้อยซื้อสารสกัดจากกัญชามาใช้ในการรักษาโรค ซึ่งสารสกัดจากกัญชาที่ขายในต่างประเทศมีราคาสูงมาก และเนื่องจากกัญชาจัดเป็นสารเสพติด ทำให้ผู้ป่วยหรือญาติต้องลักลอบนำมาใช้ในประเทศไทย
ในขณะที่ประเทศไทยยังถือว่า “กัญชา” เป็นยาเสพติดต้องห้าม ดังนั้นการเสนอให้มีการแก้ไข พรบ.ยาเสพติดให้โทษ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถสกัดกัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ จึงเป็นการสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของผู้ป่วยเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรค นอกจากนั้น “กัญชา” ยังมีสรรพคุณที่ทำให้ผู้รับประทานมีความรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุข จึงถือว่าการนำประโยชน์ของกัญชามาใช้จะเกิดประโยชน์อย่างมากในการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งชนิดต่างๆ
สำหรับข้อกังวลของบางฝ่ายว่าจะทำให้มีการนำกัญชามาใช้เพื่อเป็นสารเสพติด และส่งผลเสียแก่ร่างกายนั้น เรื่องนี้ในร่าง พรบ.ดังกล่าวได้มีข้อจำกัดในเรื่องการผลิต และการจำหน่ายอย่างรอบคอบและรัดกุม จึงเชื่อว่าหากในการผลิตและการจำหน่ายสารสกัดจากกัญชาเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดที่น่ากังวล และเมื่อเปรียบเทียบผลดีและผลเสียที่อาจเกิดขึ้น เชื่อว่าสารสกัดจากกัญชาจะมีคุณประโยชน์ทั้งทางการแพทย์และประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษที่อาจเกิดขึ้นได้