รอ.ธรรมนัส​ รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ จับมือ​ ยุทธนา​ และ​ กทบ. เดินหน้านำที่ดินของราชการ ใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

วันพุธที่ 22 มกราคม 2563 ณ​ กรมธนารักษ์ : ร้อยเอก​ ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการ​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์​ และ​นายรักษ์พงษ์​ เซ่งเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ​ สำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ​ (กทบ.)​ ร่วมแถลงข่าว​ กระทรวงการคลัง​ โดยกรม​ธนารักษ์​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ เดินหน้านำที่ดินของราชการ ใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน​ ณ​ ห้องประชุม 801​ ชั้น 8 กรมธนารักษ์

ร้อยเอก​ ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ผมดูแลที่ สปก., อตก.​ และกรมพัฒนาที่ดิน​ ต่อจากนี้ไป จะมีการกำหนดทิศทางในการเข้าถึงหมู่บ้านและชุมชนเมืองในอนาคต โดยนโยบาย​จาก ท่านสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางไว้เป็นหลักการ​ว่า​ หาก 3 องค์กรนี้​ เดินทางไปด้วยกัน โดยมีพี่เลี้ยง ซึ่งอาจจะเป็น ธกส. หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือสถาบันการเงินอื่นๆ เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเรา ซึ่งทาง​ กรมธนารักษ์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เป็นผู้มอบสิทธิทำกินที่และที่อยู่อาศัย ขณะที่​ คุณรักพงษ์​ ก็ดูแลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้กำหนดให้ชัดเจนว่า กองทุนหมู่บ้าน จะใช้เงินไปในเรื่องอะไรบ้าง ทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ต่อไปจะมีการกำหนดทิศทาง เพื่อขับเคลื่อนและเดินไปในทิศทางเดียวกัน

รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อไปนี้เราจะเลือกชุมชนที่เป็นหมู่บ้าน โดยต้องเลือกหมู่บ้าน ที่เดือดร้อนที่สุด โดยเรามีเป้าหมายอยู่แล้ว คือ​ ณ​ เวลานี้ปัญหาพี่น้องประชาชนทางภาคอีสาน ที่เราไปมอบ​ สปก.ให้ มีปัญหาคือไม่สามารถเอาไปต่อยอดอะไรได้​ คือประชาชนได้ที่ดินไปแต่ขาดสภาพคล่องในการต่อยอด​ ซึ่ง​ ณ​ เวลานี้​ ผมได้กำหนดนโยบายชัดเจนว่า​ ในการมอบที่ดินให้ชาวบ้าน​ ต่อไปต้องมอบสาธารณูปโภคทั้งหมดให้เขาด้วย เช่น ถนนหนทาง​และไฟฟ้า ต้องมอบไปด้วย ไม่ใช่ไปมอบที่ดินตาบอดให้แล้วเขาไม่สามารถนำไปต่อยอดอะไรได้ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปคือการให้อาชีพ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ในแต่ละบริบท ในแต่ละจังหวัดจะไม่เหมือนกัน เราจะต้องดูว่าแต่ละพื้นที่ มีความเหมาะสมกับอะไร ผมยกตัวอย่างเช่น​ที่ผมเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดยะลา ที่ตำบลบูดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการปลูกข้าว โดยที่ผ่านมาการปลูกข้าว ชาวบ้านก็ทำไปตามวิถีของเขา ไม่มีกรมวิชาการเกษตรเข้าไปช่วย ไม่มีกรมพัฒนาที่ดินเข้าไปกำกับดูแลคุณภาพดิน ไม่มีการตลาด ซึ่งต่อจากนี้เราก็จะเข้าไปดูแลให้แล้วก็ทำเป็นโมเดล ซึ่งจะไปทำในภาคใต้ต่อไป ส่วนภาคอีสาน เราก็จะเลือกเอาจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งหรือชุมชนใดชุมชนหนึ่งขึ้นมาทำเป็นโมเดล แล้วนำไป ใช้ในชุมชนอื่นต่อไป

ส่วน​ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า การร่วมมือกัน ระหว่าง 3 หน่วยงาน​ ได้แก่ กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เดินหน้านำที่ดินของราชการไปใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยการแถลงข่าวในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก​ ร้อยเอก​ ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการ​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรักพงษ์​ เซ่งเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ​ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว ซึ่งความร่วมมือกันในวันนี้ เพื่อทำความตกลงร่วมกัน ในการนำที่ดินราชพัสดุ​ กรมธนารักษ์​ของราชการมาใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มที่​ ทั้งในระดับชุมชนและสังคมด้วย ตลอดจนมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของชุมชนและสังคม ฐานรากให้มีความเข้มแข็ง​ มั่นคง​ มั่งคั่ง​ และยั่งยืน

อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อรัฐจัดสรรที่ดินโดยสร้างประโยชน์ในที่ดินนั้นให้แก่ประชาชนแล้ว ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย ทำการเกษตรกรรมหรือประกอบกิจการต่างๆ ในที่ดินของรัฐ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะเป็นส่วนช่วยให้คุณภาพชีวิต ของประชาชน ในสังคม มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้าน​ นายรักพงษ์​ เซ่งเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ​ กทบ.​ กล่าวว่า​ รู้สึกยินดีและจะนำนโยบายที่ได้ร่วมหารือกันทั้ง​ 3​ องค์กรในวันนี้ ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป