จังหวัดร้อยเอ็ด แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ 2563 ประจำวันที่ 6 มีผู้เสียชีวิตรวม 10 ราย บาดเจ็บ 69 คน สถิติเกิดอุบัติเหตุรวม 71 ครั้ง พร้อมปรับแผนอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชาเดินทางกลับไปทำงานอย่างปลอดภัย
วันนี้พฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ 2563 เวลา 9.00 น
นายวันชัย คงเกษมผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้นายเลิศบุศย์ กองทองรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ 2563 ณ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด
หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รายงานสรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ 2563 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2563 ว่ามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ รวม 6 วัน เกิดอุบัติเหตุ 71 ครั้งมีผู้บาดเจ็บ 69 รายเสียชีวิตรวม 10 ราย
โดยอำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อำเภอสุวรรณภูมิ จำนวน 16 ครั้ง รองลงมา คือ อำเภอเสลภูมิ 11 ครั้ง และอำเภอเมืองร้อยเอ็ด 10 ครั้ง
อำเภอที่มีผู้เสียชีวิตสะสมมากที่สุด 2 อำเภอ คือ อำเภอเสลภูมิและอำเภอเกษตรวิสัย เสียชีวิตอำเภอ ละ 2 ราย
อำเภอที่มีผู้บาดเจ็บสะสมมากที่สุด ได้แก่ อำเภอสุวรรณภูมิจำนวน 16 ราย รองลงมา คืออำเภอเมืองร้อยเอ็ด 11 ราย และอำเภอเสลภูมิ 10 ราย
พฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่สำคัญ คือ
1. ขับรถเร็วคิดเป็น 43.66 %
2. เมาสุรา คิดเป็น 30.99 %
3. ตัดหน้ากระชั้นชิด คิดเป็น 21.13 %
ในส่วนของประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ คิดเป็น 90.14 % ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสะสมมากที่สุด คือ ถนนอบตหมู่บ้าน คิดเป็น 39.44% และถนนของกรมทางหลวง คิดเป็น 32.39% จุดเกิดเหตุสะสมสูงสุด คือ ทางตรง คิดเป็น 67.61 % ส่วนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอยู่ในช่วงอายุ 15-24 ปีและอายุ 50 ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 60 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ช่วงเวลาระหว่าง 16.00-20.00 น. ส่วนผลการดำเนินการตามมาตรการ 10 รสขม จับผู้เมาสุราแล้วขับขี่ จำนวน 907 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 8,898 คน ไม่มีใบขับขี่ 8,323 คน
ทั้งนี้รองผู้ว่าการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เน้นย้ำมาตรการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยตรวจรถทุกคันที่ผ่านจุดตรวจหลัก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ช่วง 16.00-20.00 น. โดยเน้นการทักทาย สอดส่อง ตรวจตรา ดูแลพี่น้องประชาชนที่ขับรถผ่านจุดตรวจหลัก เนื่องจากอาจจะเหนื่อยล้า จากการเฉลิมฉลองปีใหม่ และอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นหากพบผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ จนท.ควรแนะนำให้จอดพักหรือตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย นอกจากนี้ยังสั่งการให้ปรับแผนอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนเดินทางกลับไปทำงาน ที่กรุงเทพฯ บริเวณภาคตะวันออกเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยปรับเปลี่ยนที่ตั้งจุดตรวจหลักจำนวน 35 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ประธานในที่ประชุมได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามจุดตรวจสลากและจุดตรวจชุมชนกว่า 963 จุด ให้ดูแลสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ เป็นตัวอย่างให้กับประชาชน และเดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัย