##ซ้อนแผนจับหนุ่มพนักงานโทรศัพท์ค่ายดัง “”##จบบริหารคอมฯ คาห้างดัง หลังแอบใช้ข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าและปลอมใบมอบอำนาจสั่งซื้อของออนไลน์ มูลค่าสิ่งของที่ตรวจยึดได้กว่า 10 ล้านบาท สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายมาพบพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่ลักลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตของตนไปใช้ซื้อของออนไลน์จากเว็บไซต์ต่างประเทศ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ประกอบกับ กก.5 บก.ปอศ.ได้รับการประสานขอความร่วมมือจากฝ่ายตรวจสอบของธนาคาร เนื่องจากพบว่ามีคนร้ายนำข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าธนาคารไปใช้สั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ขายสินค้าต่างประเทศเป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ให้ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่น่าสนใจ และท้าทายว่าคนร้ายมีวิธีการอย่างไรถึงได้มาซึ่งข้อมูลบัตรเครดิตผู้อื่นและนำไปใช้จนเกิดความเสียหายมูลค่ามาก ต่อมาฝ่ายสืบสวนสามารถถอดแผนประทุษกรรมคนร้ายได้ โดยพบว่าคนร้ายจะนำข้อมูลบัตรเครดิตของผู้เสียหายที่ได้มาไปทำรายการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากเว็บไซต์ขายสินค้าในต่างประเทศ (Amazon ,Ebay ,StockX ,Farfetch ฯลฯ) จากนั้นสินค้าดังกล่าวจะถูกส่งต่อมายังผู้ให้บริการส่งพัสดุระหว่างประเทศ เช่น DHL , FEDex เพื่อนำจ่ายลูกค้าต่อไป ซึ่งคนร้ายได้วางกลอุบายโดยให้ที่อยู่จัดส่งสินค้าปลอมเพื่อให้พัสดุตีกลับมายังศูนย์บริการจ่ายพัสดุ โดยให้เบอร์โทร และอีเมลของตนเองไว้เพื่อให้บริษัทบริการขนส่งติดต่อกลับมา หลังจากนั้นจะปลอมหนังสือมอบอำนาจจากสำเนาบัตรประชาชนที่ได้จากลูกค้า แล้วมอบอำนาจให้ Grab bike ไปรับพัสดุสินค้าแทน เมื่อได้สินค้าแล้วจึงให้นำมาส่งที่ตนอีกทอดหนึ่ง และมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์,อีเมล ทุกครั้งเมื่อได้รับของที่สั่งแล้ว เพื่อเป็นการตัดตอนในการกระทำความผิดและยากต่อการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาวันที่ 10 ก.ย.2562 เวลาประมาณ 15.00 น. พ.ต.ท.กริช วรทัต สว.กก.6 บก.ป ปฏิบัติราชการ กก. 5 บก.ปอศ และ พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี สว.กก. 5 บก.ปอศ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคนดังกล่าวได้มีการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ขายสินค้าต่างประเทศและจะมีการส่งพัสดุในวันนี้ จึงได้วางแผนสะกดรอยติดตามพนักงานขนส่งพัสดุจนไปถึงตัวคนร้าย ซึ่งนัดหมายส่งพัสดุที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระรามสอง จนสามารถจับกุมตัว นายสาธิต จันทร์โพธิ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.7 ต.ไร่อ้อย อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พร้อมพัสดุของกลาง และสำเนาบัตรประชาชนของผู้อื่นจำนวนมากซึ่งนายสาธิตฯพกติดตัวมาด้วย จากนั้นได้ขยายผลไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายสาธิตฯ ที่บ้านเลขที่ 115/97 หมู่ 6 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบโทรศัพท์มือถือไอโฟน กล้องโกโปร อุปกรณ์ไอที สินค้าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู รองเท้ากีฬาแฟชั่นราคาแพง เป็นจำนวนมาก และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า CHR จำนวน 1 คัน สอบถามนายสาธิตฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นพนักงานบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้า เวลาลูกค้ามาชำระค่าบริการ หรือปิดหมายเลข เมื่อมีโอกาสได้รับสำเนาบัตรประชาชนลูกค้า และ รับบัตรเครดิตลูกค้ามาทำรายการ จะแอบจดหมายเลขบัตรเครดิต เลข CVC หลังบัตร วันหมดอายุ และแอบถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของลูกค้าไว้ จากนั้นนำไปใช้ในการทำรายการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ต่างประเทศ ซึ่งนายสาธิตฯ อาศัยองค์ความรู้จากที่ทำงานกับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในการปกปิดร่องรอยการทำรายการสั่งซื้อสินค้า โดยใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนหลายเครื่องในการทำรายการสั่งซื้อ โดยแต่ละเครื่องได้สร้างอีเมลล์ / บัญชีผู้ใช้บริการ ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพื่อสะดวกในการแบ่งแยกสินค้า นอกจากนี้ยังได้ ทำการดัดแปลง , แก้ไข ชื่อและนามสกุล สำเนาบัตรประชาชน เพื่อให้ยากต่อการติดตาม ในส่วนของการรับสินค้านั้น นายสาธิตฯ ให้การเพิ่มเติมว่าตนเองจงใจให้ที่อยู่จัดส่งที่บิดเบือนไป เพื่อให้พัสดุตีกลับ หลังจากนั้นจะปลอมหนังสือมอบอำนาจจากสำเนาบัตรประชาชนที่ได้จากลูกค้า แล้วมอบอำนาจให้ Grab bike ไปรับสินค้ามาส่งมอบให้กับตนเอง เพื่อเป็นการคัทเอาท์ปกปิดอำพรางตัวเอง และยากแก่การติดตามจับกุม โดยรับว่ากระทำความผิดเช่นนี้มาแล้วประมาณ 3 ปี โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานที่บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นมาก่อน แต่ถูกไล่ออกเนื่องจากบริษัทฯ ตรวจพบว่านายสาธิตฯ ลักลอบนำข้อมูลบัตรเครดิต / บัตรประชาชนของลูกค้าไปใช้ และนายสาธิตฯยอมรับเพิ่มเติมว่า เมื่อได้รับสินค้าจากการสั่งซื้อออนไลน์มาแล้ว จะนำสินค้าไปลงประกาศในเฟสบุ๊คส่วนตัวและตามกลุ่มขายของออนไลน์ต่างๆ เมื่อได้เงินจากการขายสินค้า ก็จะนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงซื้อทรัพย์สินมีค่าหลายอย่างด้วยเงินสด อาทิ เช่น ทาวเฮาส์ ย่านพระราม 2 ในราคาเงินสด 2 ล้านบาท ,รถยนต์มินิ คูเปอร์ ราคา 2.5 ล้านบาท ,รถยนต์ ฮอนด้า CRV ราคาประมาณ 1.4 ล้าน และรถยนต์โตโยต้า CHR ราคาประมาณ 1 ล้านกว่าบาท เป็นต้น ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดฐาน “ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม,มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระราคาสินค้าแทนการชำระด้วยเงิน ,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระราคาสินค้าแทนการชำระด้วยเงิน” หลังจากจับกุมตัวได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้ควบคุมตัว นายสาธิต จันทร์โพธิ์ ผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้จะได้ดำเนินการติดตามทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด และดำเนินคดีตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
โพสเมื่อ : 11 ก.ย. 2562,15:57 อ่าน
@$,ข่าวเจาะลึกฯ/นครบาล…รายงาน…ภาพ/ข่าว..###