ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาสั่งชุดเฉพาะกิจคุมอำเภอตะกั่วป่า และทั้งจังหวัดพังงาเข้มแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังย่านเขาหลัก โดยเฉพาะแหล่งชุมชน สถานีเดินรถ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวหวั่น ผู้ไม่หวังดี เข้ามาก่อเหตุ หลังจากเกิดเหตุระเบิด 5 จุดกรุงเทพมหานคร
ภายใต้การอำนวยการของ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และ ว่าที่ ร.อ.พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า นายสมศักดิ์ ชูแสง ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง หน.ฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้ทุกส่วนเฝ้าระมัดระวังสถานการณ์ในพื้นที่ และมอบหมาย กำลังบูรณาการออกตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเขตพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งชุมชน สถานีเดินรถ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆในเขตพื้นที่ อำเภอตะกั่วป่า จึงได้สั่งการให้นายกิตติพงศ์ ชุมมิ่ง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.ตะกั่วป่า นายอาทิตย์ เพ็ชร์กุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ตะกั่วป่า นายภานุวัฒน์ สองเมือง ปลัดอำเภอตะกั่วป่า นำกำลังนำกำลังเจ้าหน้าทีฝ่ายปกครอง อ.ตะกั่วป่า พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.ตะกั่วป่า ที่ 7 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ออกลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่แหล่งชุมชน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง และสถานที่สำคัญในเขตอำเภอตะกั่วป่า โดยเฉพาะที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังย่านเขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า พร้อมทั้งสถานีขนส่งผู้โดยสาร ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว หลังจากมีเหตุการณ์ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด 5 จุด ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยทั้งนี้มีการตั้งด่านจุดสกัดบนถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า – ภูเก็ต ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวย่านเขาหลัก ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถทุกชนิดทุกคัน เพื่อป้องกันเหตุร้าย ทั้งนี้ยังไม่พบสิ่งต้องสงสัยหรือผิดกฎหมายแต่อย่างใด ในขณะที่บรรยากาศของนักท่องเที่ยว ยังคงเดินไปมาย่านเขาหลักเป็นปกติไม่มีการแตกตื่นแต่อย่างใด
ทางนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า สำหรับการวางมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชน สถานที่แหล่งท่องเที่ยว หรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีประชาชน นักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งชาวไทย และต่างประเทศ โดยได้จัดชุดฝ่ายปกครองเฝ้าตรวจตราอย่างเข้มงวดพร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีทีมรักษาความสงบเรียบร้อยพร้อมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ เช่น สถานที่ราชการ สถานที่ตั้งสาธารณูปโภคสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์จุดเสี่ยง จุดล่อแหลม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สาธารณะที่มีประชาชนมาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป