3 องค์กร ประสานมือกันร่วมสร้างองค์ความรู้พัฒนาเมืองขอนแก่น
ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ จ.ขอนแก่น ,ศูนย์ศึกษาพระเครื่องจังหวัดขอนแก่น และสถาบันพัฒนสื่อสารมวลชน นำร่องเปิดสำนักงานรับแจ้งร้องเรียน ร้องทุกข์ และเป็นแหล่งให้ความรู้ ด้านพระเครื่อง และสื่อสารมวลชน
พันโท ดร.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนสื่อสารมวลชน เปิดเผยว่า ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ จังหวัดขอนแก่น ศูนย์ศึกษาพระเครื่องจังหวัดขอนแก่น และสถาบันพัฒนสื่อสารมวลชน ตั้งอยู่ในอาคารเลขที่ 70/14 ถนนประชาสโมสร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นอาคาร 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นที่ทำการ ศูนย์ศึกษาพระเครื่องจังหวัดขอนแก่น โดยมี ดร.อำไพพรรณ สิงห์สกุล เป็นผู้อำนวยการ ส่วนชั้นที่ 2 เป็นที่ทำการ ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ จังหวัดขอนแก่น โดยมี ดร.สุพัตรา ศุขโข เป็นผู้อำนวย และสถาบันพัฒนสื่อสารมวลชน มี พันโท พิสิษฐ์ ชาญเจริญ เป็นผู้อำนวยการ
ทั้ง 3 องค์กร ที่ร่วมปฏิบัติงานในอาคารแห่งนี้ หากดูตามชื่อแล้วภาระหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่เนื้อแท้แล้ว ทั้ง 3 องค์กร มีแนวทางการทำงานที่สอดคล้องกันนั้นคือ เป็นแหล่งให้ความรู้ อาทิในด้านพระเครื่อง ด้านสื่อสารมวลชน และเป็นช่องทางให้ประชาชนที่มีปัญหาเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ สามารถเข้ามาบอกเล่าเรื่องต่างๆ ที่ประสบเหตุ เพื่อให้เราเป็นตัวกลางในการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในอนาคตจะมีนักข่าวจิตอาสา ทนายอาสา มาร่วมกันทำงาน เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดขอนแก่น ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นต่อไป
นายอิทธิพล กาวรรณธง ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมพิเศษและภาคีเครือข่าย ศูนย์ 123 คนดีมีน้ำใจ สำนักข่าวทีนิวส์ เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ศูนย์ข่าว123 คนดีมีน้ำใจจังหวัดขอนแก่น ว่า ศูนย์ 123 คนดีมีน้ำใจ ภายใต้สโลแกน “ทุกปัญหา ที่นี่มีคำตอบ” โดยสำนักข่าวทีนิวส์ ภายใต้ NationTV ช่อง 22 ได้ตระหนักถึงสังคมไทยปัจจุบัน ในยุคเทคโนโลยี 4.0 ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สังคมเมืองใหญ่ ที่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งคนในพื้นที่ดั้งเดิมและคนต่างถิ่นที่เข้ามาทำงาน เกิดการขยายตัวทางสังคมและเศรษฐกิจ มีวิถีชีวิตที่ต่างคนต่างอยู่ และการแก่งแย่งแข่งขัน ก่อให้เกิดความแออัดทางสังคม การจราจรที่ติดขัด ปัญหาด้านอุบัติเหตุมากขึ้น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด และปัญหาเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภค
ที่ผ่านมาเมื่อช่องทางการสื่อสารมีหลากหลาย ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีทางออก หรือไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใคร เราจึงพบเห็น ประชาชนโพสต์ เรื่องราวผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก หรือ สื่อโซเชียลของตัวเอง โดยขาดการตรวจสอบ ตรวจทาน จึงเป็นที่มาของการกล่าวหา โจมตี ด่าทอกันโดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน
ดังนั้น สำนักข่าวทีนิวส์ จึงก่อตั้ง ศูนย์ 123 คนดีมีน้ำใจ เพื่อเป็นอีกช่องทางให้ประชาชนที่มีปัญหาเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเรียนมายังศูนย์ 123 คนดีมีน้ำใจ ได้ ผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ 02-5261123 และช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook และ twitter นอกเหนือจากการรับแจ้งเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากประชาชนทั่วไปแล้ว ทางศูนย์123 คนดีมีน้ำใจ ยังเป็นศูนย์รวมเหตุการณ์ การรายงานสถานการณ์ข่าวสด อุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำท่วม จากผู้สื่อข่าวภูมิภาคและทีมกู้ชีพ กู้ภัย จากทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาทางศูนย์ได้ช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เป็นจำนวนมาก และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันในหัวเมืองใหญ่ก็ได้มีการขยายตัว ประชาชนทั้งคนดั้งเดิม และประชากรแฝง ก็มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ปัญหา เรื่องราวข่าวสาร ความเดือดร้อนก็มีเพิ่มมากขึ้นกว่า เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือกับประชาชนได้อย่างทันถ่วงที ในกรณีการร้องขอความช่วยเหลือ รวมถึงการประสานหน่วยงานราชการเพื่อรับเรื่องดำเนินการช่วยเหลือประชาชน
ทางศูนย์ 123 คนดีมีน้ำใจ จึงได้ขยายเครือข่ายจัดตั้งศูนย์ประจำจังหวัดขึ้น โดยเริ่มต้นที่ ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ ประจำจังหวัดขอนแก่น นี้เป็นที่แรก โดยมี ดร.สุพัตรา ศุขโข เป็นผู้อำนวยการศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจจังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งทีมงาน ซึ่งจะได้ทำหน้าที่สื่อสารมวลชนในการ รายงานข่าวสาร การช่วยเหลือประชาชนและประสานหน่วยงานราชการ เพื่อสร้างสรรค์สังคมจังหวัดขอนแก่นของเราต่อไป
ด้าน นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ จ.ขอนแก่น ,ศูนย์ศึกษาพระเครื่องจังหวัดขอนแก่น และสถาบันพัฒนสื่อสารมวลชน ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยี 4.0 ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ทำหน้าที่นักข่าว หรือสื่อมวลชนจะต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ต่อชุมชน สังคมโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นด้านอุบัติภัย ความเดือดร้อน และการดำเนินงานของชุมชนด้านอื่น ๆ ที่เป็นการดำเนินงานโดยคนในชุมชนเพื่อชุมชน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเข็มแข็งของชุมชนโดยแท้จริง
ทราบว่า การดำเนินงานที่ผ่านมานั้น ศูนย์ศึกษาพระเครื่องจังหวัดขอนแก่น ก็ได้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ที่สนใจมาแล้ว ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดีระดับหนึ่ง สถาบันพัฒนสื่อสารมวลชน ก็ได้จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรต่างๆ ในการให้ความรู้ในด้านสื่อสารมวลชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาก็ประสบผลสำเร็จ ได้รับความร่วมมือและเสียงตอบรับจากผู้เข้ารับการอบรมเป็นอย่างดี ส่วน ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้นั้น ก็ได้รับฟังจากคำกล่าวรายงานแล้ว ก็มีความเชื่อมั่นว่า จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ในการรายงานข่าวสาร การช่วยเหลือประชาชนและประสานหน่วยงานราชการ เพื่อสร้างสรรค์สังคมจังหวัดขอนแก่นของเราให้มีการพัฒนายิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งถือว่าทั้ง 3 องค์กร ดังกล่าว เป็นผู้เสียสละอย่างมาก และหวังว่าหน่วยงาน ส่วนราชการ และภาคส่วนต่างๆ ทั้จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ จังหวัดขอนแก่น ศูนย์ศึกษาพระเครื่องจังหวัดขอนแก่น และสถาบันพัฒนสื่อสารมวลชน ได้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป