ชาวบ้านตำบลปากโทกรวมตัวจัดเวทีประชาพิจารณ์เพื่อแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงอันตรายเส้นทางจราจรพื้นที่ตำบลปากโทกเพื่อลดอุบัติเหตุ

0
37

ชาวบ้านตำบลปากโทกรวมตัวจัดเวทีประชาพิจารณ์เพื่อแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงอันตรายเส้นทางจราจรพื้นที่ตำบลปากโทกเพื่อลดอุบัติเหตุ
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.00 น. โดมอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลปากโทก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
นายชินะ คชนิล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากโทก พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวตำบลปากโทก ร่วมเวทีประชาพิจารณ์ แก้ปัญหาจุดเสี่ยงอันตรายบนเส้นทางจราจรในเขตพื้นที่รับผิดชอบตำบลปากโทกเพื่อลดอุบัติเหตุ
ด้วยตำบลปากโทกเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อตำบลหัวรอและตำบลมะขามสูงโดยมีถนนทางหลวงหมายเลข 1086 พิษณุโลก-แควน้อย ผ่านกลางตัวตำบล เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างอำเภอเมืองพิษณุโลกกับอำเภอวัดโบสถ์และอำเภอพรหมพิราม ซึ่งถนนสายดังกล่าวมีประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรเป็นจำนวนมากและเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง และ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 เวลาประมาณ 18.57 น ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์บริเวณทางแยกเข้าบ้านตูม ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 รายและบาดเจ็บจำนวน 2 ราย และอุบัติเหตุบ่อยครั้งทั้งบาดเจ็บและเสียชีวตกว่า 100 ราย ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการหาแนวทางในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนถนนทางหลวงหมายเลข 1086 พิษณุโลก-แควน้อย จากการตั้งกล้องความเร็วของมหาวิทยาลัยนเรศวร จับความเร็วได้ถึง 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยประชาชนชาวตำบลปากโทกจึงได้เสนอให้มีการทำเกาะกลางถนนและจุดกลับรถบริเวณแยกเข้าหมู่บ้าน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ รู้กฎจราจรว่าเส้นทึบคือเกาะกลางถนนไม่ใช่เส้นทางวิ่งของรถ เพิ่มแสงสว่าง ทำเกาะกลางปิดแยกบ้านตูม และติดป้ายเตือนพร้อมบังคับใช้กฎหมายในการใช้ความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อลดอุบัติเหตุเบื้องต้น
จากการสำรวจเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 จุดสำรวจถนนทางหลวงหมายเลข 1086 พิษณุโลก- แควน้อย บริเวณทางเข้าองค์การบริหารส่วนตำบลปากโทก ช่วงเวลาเช้า 07.00 ถึง 19.00 น และช่วงบ่าย 15.00 ถึง 17.00 น โดยมียอดสรุปเช้าและบ่าย เส้นทางขาเข้าอำเภอเมืองพิษณุโลก รถจักรยานยนต์ 2 ล้อ 1,525 คัน รถยนต์ 3 ล้อ 12 คัน รถยนต์ 4 ล้อ 2,349 คัน รถยนต์ 6 ล้อ 61 คัน รถยนต์ 10 ล้อ 17 คัน รถพ่วง 14 คัน รถโรงเรียน 9 คัน
เส้นทางขาออกอำเภอเมืองพิษณุโลก รถจักรยานยนต์ 2 ล้อ 1,010 คัน รถยนต์ 3 ล้อ 25 คัน รถยนต์ 4 ล้อ 2,060 คัน รถยนต์ 6 ล้อ 69 คัน รถยนต์ 10 ล้อ 7 คัน รถพ่วง 25 คัน รถโรงเรียน 11 คัน
ปรีชา นุตจรัส รายงาน