“ชุดสืบสวน ตม.จว.จันทบุรี จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฉ้อโกงขบวนการหลอกซื้อดาวน์รถผู้เสียหายกว่า 80 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท!!

ตามนโยบายรัฐบาล นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช. สตม.,พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช. สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก. ตม.3 ,พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง ผกก.ตม.จว. จันทบุรี จึงสั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดจริงจัง โดยเฉพาะการกระทำผิดที่มีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก เป็นคดีที่น่าสนใจและกระทบกับประชาชนทั่วไป

พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.จันทบุรี ได้รับการประสานจาก ชุดสืบสวน สภ. กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร ซึ่งได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ามี น.ส.ชมพูนุท พงศธรพิพัฒน์ อายุ 32 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 260/2562 ลง 25 มิ.ย.2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง”หลบหนีการจับกุมเข้ามาอยู่ในพื้นที่ จว.จันทบุรี จากนั้นชุดสืบสวน ตม.จว.จันทบุรี ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าว หลบหนีมาอยู่กับอดีตสามี ที่ ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี

ต่อมาวันที่ (3 ก.ค.62) เวลาประมาณ 17.30 น.ชุดสืบสวน ตม.จว.จันทบุรี พร้อมตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. , สภ.เมืองจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส. ชมพูนุท พงศธรพิพัฒน์ อายุ 32 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 260/2562 ลง 25 มิ.ย.2562 ข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกง” ได้ที่บริเวณหน้าห้องพักคนงานบริษัทก่อสร้าง ม.6 ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากน.ส.ชมพูนุท พงศธรพิพัฒน์ ผู้ต้องหา ร่วมกับ น.ส. ปวริศา หรือ ภัทธนันท์ นาครอด ผู้ต้องหาอีกราย ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายจำนวนกว่า 80 คน โดยไปขอซื้อดาวน์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมดจากผู้เสียหาย ที่โพสต์ไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ โดยเลือกตามยี่ห้อรถที่ได้รับออร์เดอร์จากนายทุน จาก จว.กาญจนบุรี จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ติดต่อขอซื้อดาวน์จากผู้เสียหายโดยไม่ได้เปลี่ยนสัญญา โดยหลอกว่าจะผ่อนต่อและเมื่อผ่อนครบ 1 ปี แล้วจะทำการเปลี่ยนสัญญาให้ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ขายดาวน์รถให้กับผู้ต้องหาแล้ว จึงนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่หลอกซื้อมาไปส่งมอบให้กับกลุ่มนายทุน บริเวณห้างสรรพสินค้าต่างๆ ใน กทม. แล้วแต่จะนัดหมาย โดยได้ค่าจ้างคันละ 3,000 – 10,000 บาท จากนั้นนายทุนที่รับรถไปจะนำรถไปขายต่อในเพจรถหลุดจำนำ หรือ ชำแหละขายเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ โดยส่งขายให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ หลอกลวงจำนวน 87 คน รวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวน 87 คัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย กว่า 30 ล้านบาท ซึ่งต่อมาเมื่อประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย ได้รวมตัวกันไปพบพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลาง เพื่อให้ติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ซึ่งจากตรวจสอบพบว่าพนักงานสอบสวนหลายท้องที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ไว้แล้วจำนวน หลายสิบหมายจับ และ น.ส.ปวริศา หรือ ภัทธนันท์ นาครอด ผู้ต้องหาอีกราย ได้ถูกจับกุมตัวแล้วในวันเดียวกัน (3 ก.ค.62) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ จว.ชุมพร ถือว่าเป็นคดีที่น่าสนใจและมีผู้เสียหายจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ และทำบันทึกจับกุมนำตัวส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จว. สมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารให้ประชาชนทั่วไปทราบเป็นข้อมูล เพื่อเป็นประโยชน์ไม่ให้ถูกผู้กระทำผิดหลอกลวงในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th !!

#ทีมงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ5 :พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.:สายด่วน 1178!!

###############################