a89b9e19512ce9117162b4acbb8b69e9.jpg

“สตม.!!รวบแก๊งชาวจีนใช้คอนโดหรูใจกลางกรุง ย่านพระราม 9 ตั้งกลุ่มลักลอบโอนเงินใต้ดิน มูลค่านับร้อยล้านบาท!!

ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มบุคคลที่มีการหลอกลวงหรือการชวนเชื่อให้ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายในรูปแบบการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ โดยชักชวน หลอกลวง หรือกระทำการใดๆ  ต่อประชาชน เพื่อให้ได้ซึ่งทรัพย์สินและก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายเป็นจำนวนมากนั้น

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท. สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม., พล.ต.ต. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม., และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญ ดังนี้ รวบชาวจีน 9 ราย เช่าคอนโดหรูเป็นลักลอบโอนเงินใต้ดินแก่ลูกค้าในประเทศจีน โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2562 จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้ทำการสืบสวนว่า ณ คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร  มีกลุ่มชาวจีนมาเช่าห้องขนาดใหญ่ จำนวน 2 ห้อง โดยมีพฤติกรรมฝังตัวอยู่ภายในห้องไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนเหมือนคนปกติ  จากการสืบสวนเชื่อได้ว่าเป็นแก๊งชาวจีนลักลอบเข้ามาประเทศไทยเพื่อดำเนินการในสิ่งที่ผิดกฎหมาย  ดังนั้น พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการพักอาศัยของคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522  ที่อาคารดังกล่าว  เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจห้องที่ 1 มีชายสัญชาติจีนมาเปิดประตูห้อง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามวิ่งหนี เพื่อไปปิดระบบคอมพิวเตอร์แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถห้ามไว้ได้  ภายในพบชายสัญชาติจีน จำนวน 7 ราย  พร้อมด้วยคอมพิวเตอร์จำนวน 5 เครื่อง  กำลังใช้ระบบการโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ต โดยติดต่อลูกค้าผ่านโปรแกรมแชทออนไลน์ เพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการโอนเงินหลายรายการ จากนั้นได้ทำการขยายผลไปสู่การตรวจห้องที่ 2 ซึ่งอยู่อีกชั้นหนึ่งของคอนโดมิเนียม  พบชาวจีน 2 ราย กำลังนั่งใช้คอมพิวเตอร์จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งกำลังนั่งโอนเงินให้กับลูกค้าเช่นกัน ชาวจีนทั้งหมดรับสารภาพว่า ตนได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว เพื่อมาลักลอบทำธุรกรรมโอนเงินออนไลน์ ได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 1.5 แสนบาทต่อคน โดยทั้งหมดมีความรู้ความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์ สำหรับการโอนเงินดังกล่าวค่าธรรมเนียมในการโอนมีราคาถูกกว่าการโอนเงินปกติ และจะไม่ถูกตรวจสอบเงินที่มาของการเงิน  และยอมรับว่าเงินส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ลูกค้าได้หรือเสียจากการพนันออนไลน์  แต่การโอนเงินดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตจากทางการจีน  ซึ่งการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้นจะทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง  จากการตรวจสอบในคอมพิวเตอร์พบว่า  ยอดการโอนเงินเฉลี่ยวันละ 2.6 ล้านบาท โดยได้ดำเนินการดังกล่าวมาแล้วประมาณ 1.5 เดือน ดังนั้นกลุ่มนี้ได้ทำธุรกรรมการโอนเงินมาแล้วประมาณร้อยล้านบาท  สตม.จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและบันทึกรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร (Black List) อีกต่อไป จากนี้จะได้ทำการขยายผล  และประสานทางการจีนเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากข้อมูลทางการสืบสวน  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใคร่ขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า  หากมีใครชักชวนให้ท่านโอนเงินออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตโดยมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หรือ “การโอนเงินใต้ดิน” ท่านมีความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้และอาจสูญเสียเงินทั้งหมดไป  เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินกิจการ

หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง!!

#ทีมงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ 5 : พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ. 5 บก.อก.สตม.:สายด่วน 1178 !!

#############################