สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
“ห่วงเด็กเล็กป่วย โรคมือ เท้า ปาก ช่วงเปิดเทอม”

นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานศึกษาทำการเปิดภาคเรียนแล้ว และเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูฝน สภาพภูมิอากาศที่เย็นและชื้น เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งโรคที่ควรระวังในเด็กเล็ก คือ โรคมือเท้าปาก เนื่องจากมีโอกาสเกิดการแพร่กระจายโรคได้ง่าย ข้อมูลสำนักระบาดวิทยาในปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 พฤษภาคม 2562 มีผู้ป่วยสะสม 11,107 ราย พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 1 – 3 ปี คิดเป็นร้อยละ 93 โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนและชุมชน ซึ่งโรคมือเท้าปากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค วิธีที่ดีที่สุด คือ การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล จึงขอฝากประชาสัมพันธ์มายังคุณครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล ได้หมั่นคัดกรองและดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์อดิสรณ์ กล่าวต่อไปว่า โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อจากการได้รับเชื้อทางปากจากเชื้อไวรัสที่ติดมากับมือ การใช้ช้อน แก้วน้ำร่วมกันหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพองแผลในปาก ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย บางรายอาจมีไข้ร่วมกับตุ่มพองเล็กๆ ที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้าและภายในช่องปาก ลิ้นและกระพุ้งแก้ม โดยตุ่มพองในปากจะอักเสบ แดงและแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น โดยทั่วไปจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ แขนขาอ่อนแรงกินอาหารหรือนมไม่ได้ ให้รีบพาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที
สำหรับข้อแนะนำและแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน คือ 1. ตรวจคัดกรองเด็กเป็นประจำทุกวันในตอนเช้า 2. ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ เช่น ก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องส้วม เป็นต้น 3. เด็กป่วยให้แจ้งผู้ปกครองมารับกลับบ้านและหยุดพักรักษาตัวอยู่บ้าน 4. ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมือของใช้ ของเล่นเป็นประจำทุกสัปดาห์และทุกครั้งที่พบมีเด็กป่วย 5. หากพบเด็กป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านทันทีและพิจารณาปิดห้องเรียนหรือปิดโรงเรียนชั่วคราวประมาณ 5-7 วัน หากมีเด็กป่วยหลายห้องและ 6. จัดประชุมอบรมให้ความรู้ผู้ปกครองอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ควรดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้การป้องกันควบคุมโรคมือเท้าปากเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งใกล้บ้าน