“บีซ” ประกาศกร้าวโกยแต้มให้มากที่สุด
เพื่อประเทศไทยและเป้าหมายโอลิมปิก
“จุฑาธิป” ประกาศกร้าวโกยแต้มศึกสองล้อทางไกล “ทัวร์ ออฟ ตราด” ให้ได้มากที่สุด เพื่อประเทศชาติ และเป้าหมายไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น ยืนยันร่างกายและจิตใจสมบูรณ์เต็มที่ ด้าน “พล.อ.เดชา” ห่วงเรื่องบาดเจ็บและอาหารการกิน เตือนนักปั่นไทยอย่าประมาทเด็ดขาด
ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ตราด 2019” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ค. ศกนี้ เส้นทางทางภายในจังหวัดตราด ล่าสุด เมื่อ 23 พ.ค. มีการประชุมผู้จัดการทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 11 ทีม ที่โรงแรมอะวาด้า ตราด โดยมี “เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธาน ร่วมกับ มร.เฟดเดอริก ชาน ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินชาวฮ่องกง ซึ่งที่ประชุมมีการชี้แจงกฏกติกาต่าง ๆ แจ้งเรื่องเส้นทาง และอุปสรรคของการแข่งขันในแต่ละวัน รวมทั้งจับสลากหมายเลขประจำทีมด้วย
สำหรับ 11 ทีมที่เข้าแข่งขันเป็นทีมจากประเทศไทย 5 ทีม ได้แก่ ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม, ทีมชาติไทย, บีจี ไซคลิง ทีม, ฟิชเชอร์แมนเฟรนด์, โรยัล สกาย และทีมจากต่างประเทศ 6 ทีม ได้แก่ ทีมชาติญี่ปุ่น, ทีมชาติสิงคโปร์, ทีมชาติรัสเซีย, เวโลฟิต ออสเตรเลีย จากประเทศออสเตรเลีย, ทีมชาติอินโดนีเซีย, ทีมชาติเกาหลีใต้
ก่อนการประชุม พล.อ.เดชา ได้เป็นประธานการประดับยศทหารบกให้แก่ “ไก่” ศุภักษร นันตะนะ นักปั่นจาก ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม ซึ่งได้รับการเลื่อนยศจาก ส.ต.หญิง เป็น ส.ท.หญิง ศุภักษร นันตะนะ สังกัดศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันและเทศและพลังงานทหาร ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนร่วมทีม และผู้เข้าร่วมประชุม
หลังการประชุม พล.อ.เดชา เปิดเผยว่า สภาพอากาศใน จ.ตราด ช่วงที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาทุกวัน แต่ช่วงนี้ก็เบาบางลงไปเยอะ สำหรับนักกีฬาจักรยานไทย ทั้งไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม, ทีมชาติไทย และอีก 3 สโมสร ก็มีความพร้อม ทำการฟิตซ้อมและทดสอบเส้นทางทุกวัน คู่แข่งที่สำคัญของนักปั่นไทยก็คือ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งมี ยูมิ คาจิฮาร่า เป็นตัวหลัก รวมทั้งทีมชาติรัสเซีย และเวโลฟิต ออสเดตรเลีย เสียดายที่ทีมชาติมาเลเซีย กับ อิหร่าน ไม่ได้มา เพราะติดช่วงรอมฎอน หรือ ถือศีลอด ไม่เช่นนั้นคงสู้กันสนุกกว่านี้ ส่วนเส้นทางการแข่งขันก็เป็นทางที่ปั่นแบบสบาย ๆ ไม่มีภูเขาสูง มีแต่จุดเจ้าความเร็ว และไปสปรินต์แย่งชิงกันหน้าเส้นชัย ซึ่งก็เข้าทางของ “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ พอดี
พล.อ.เดชา กล่าวต่อไปว่า หากรายการนี้ “บีซ” เก็บแต้มได้ตามเป้าทั้ง 3 วัน นักกีฬาจักรยานหญิงไทยน่าจะได้โควต้าไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น จำนวน 2 คนอย่างที่เราหวังไว้ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องตระเวนแข่งขันในรายการต่าง ๆ ไปจนถึงเดือน ต.ค. เพื่อสะสมแต้มเพิ่มเรื่อย ๆ หากเราหยุดนิ่ง ชาติอื่นอาจมีแต้มแซงเราไปได้ สำหรับตัวของ “บีซ” เอง ไม่มีอะไรน่าห่วง ทั้งเรื่องสภาพร่างกายและจิตใจ ห่วงเพียงเรื่องการบาดเจ็บ และอาหารการกินเท่านั้น ตนจึงได้กำชับ “บีซ” กับนักปั่นทุกคนว่า พยายามอย่าให้เกิดอุบัติเหตุ และระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารให้ดี ที่สำคัญอย่าประมาทเด็ดขาด
ด้าน “บีซ” จุฑาธิป เปิดเผยว่า ตอนนี้สภาพร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ 100% พร้อมสู้ศึกแล้ว ซึ่งตนเองจะพยายามเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด เพื่อประเทศชาติ และเพื่อเป้าหมายการไปโอลิมปิกเกมส์ ส่วนสภาพอากาศที่ จ.ตราด ก็แปรปรวนพอสมควร มีทั้งฝนทั้งแดด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะเมื่อเราเจออากาศแบบนี้ คู่แข่งของเราก็เจอเช่นกัน แต่จะต้องระมัดระวังอย่างมากเวลาเข้าโค้ง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม สำหรับเพื่อน ๆ ในทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม ต่างก็พร้อมเต็มร้อยเช่นกัน พวกเราต้องทำงานกันเป็นทีม ช่วยกันสู้ ช่วยกันดึง เพื่อเอาแต้มมาให้ประเทศไทยให้มากที่สุด
สำหรับนักปั่นไทยทั้ง 5 ทีม ได้ทำการฝึกซ้อมร่วมกันในช่วงเช้า ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเศษ ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย เช่นเดียวกับนักปั่นนานาชาติ ที่ก็ออกไปฝึกซ้อมและสำรวจเส่นทางการแข่งขันเช่นกัน
อนึ่ง ช่วงค่ำของวันที่ 23 พ.ค. “อธิบดีเก่ง” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน ได้จัดเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เกือบ 300 คน ที่โรงแรมอะวาด้า ท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเอง.