อรรถดิษฐ์ จันตะเสน จ.ชัยภูมิ รายงาน

จ.ชัยภูมิ/ปิดเมืองรำกว่า3หมื่นคนสวมชุดไทยเหลืองทั่วเมืองสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกครั้งใหญ่สุดรอบกว่า200ปี

ชัยภูมิ เมื่อ 14.00น.ของวันที่ 13พ.ค. 62 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมตัวแทนประชาชนชาวชัยภูมิทุกหมู่เหล่าจากทุกอำเภอของจังหวัดกว่า 3หมื่นคน ออกมาแสดงพลังรำรอบลานอนุสาวรีเจ้าพ่อพระยาแล บนถนนทุกสายทั่วทั้งสี่มุมเมืองย่านกลางใจเมืองชัยภูมิ เพื่อถวายสักการะเจ้าพ่อพระยาแลผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ มายาวนานกว่า 200 ปีจนปัจจุบัน

ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์รำถวายในปีนี้ ต่างพร้อมใจกันสวมชุดผ้าไทยสีเหลืองร่วมใจกันออกมารำถวายเพื่อร่วมถวายเฉลิมพระกียรติเนื่องในปีมหามงคลในหลวงรัชกาลที่ 10 แสดงถึงความเทิดทูลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งแรกของจ.ชัยภูมิ ในปีนี้อีกด้วยที่มีประชาชนทุกหมู่เหล่าออกมาร่วมรำถวายมากกว่า 30,000 คน ในครั้งนี้อีกด้วย

ที่ถือเป็นการร่วมใจกันครั้งใหญ่ของชาวชัยภูมิก่อนที่จะมีพิธี เปิดงานเทศกาลบุญเดือนหก ในวันที่13 – 19 พ.ค.62 ที่ชาวจังหวัดชัยภูมิทุกคนพร้อมใจกันออกมารำถวาย ให้กับเจ้าพ่อพญาแล เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิและเป็นผู้ที่เทิดทูลสถาบันมหากษัตริย์มายาวนาน โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการรวมทั้งศาสตร์และศิลปะ ที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิ ในหลาย ๆ ด้านจากทุกภาคส่วน ทั้งศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง การบันทึกเสียง จัดทำดนตรี คิดท่ารำต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วมาจากฝีมือของลูกหลานเจ้าพ่อพญาแลที่พร้อมใจกันทำเพื่อถวายสักการะแด่เจ้าพ่อพญาแล อันเป็นที่เคารพและศรัทธายิ่งของชาวชัยภูมิ

ซึ่งประเพณีงานบุญเดือนหก ของชาวจ.ชัยภูมิ ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่โด่งดังไปทั่วประเทศและทั่วโลกมายาวนานกว่า 200 ปี ที่ทุกวันพุธแรกของเดือนหก หรืองานบุญเดือนหก ของจ.ชัยภูมิ จะมีพิธีแห่บายศรีใหญ่ยักษ์ กว่า 2-3 เมตรขึ้รไป และมีขบวนแห่บายศรีที่ยาวที่สุดในโลกที่มีขบวนแห่บายศรียาวกว่า 10 กม.แห่นำต่อต่อศาลอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ณ ศาลหนองปลาเฒ่า อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในวันพุธที่ 15 พ.ค.62 ในปีนี้อย่างยิ่งใหญ่หาชมได้ยากสุดยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีที่ผ่านมาอีกด้วย
ด้านครูอุมารินทร์ (ครูติ๊ก) จำนงชอบ ครูนาฏศิลป์ ร.ร.สตรีชัยภูมิ อ.เมืองชัยภูมิ (สพม.30) ซึ่งเป็นคนที่ร่วมออกแบบการออกแบบท่ารำเพื่อถวายเจ้าพ่อพญาแล และเพื่อร่วมถวายปีมหามงคลในปีนี้อีกด้วยครั้งนี้ กล่าวว่า ด้วยแรงศรัทธาเจ้าพ่อพญาแล ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองชัยภูมิ จนถึงปัจจุบันทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะร่วมกันรำถวายท่านเจ้าพ่อ จึงได้ประสานครูนาฏศิลป์ของจังหวัดชัยภูมิ ปรึกษาหารือและออกแบบท่ารำประกอบเพลงซึ่งเป็นเพลงประจำจังหวัดชัยภูมิ ที่ศิลปินนักแต่งเพลงลูกหลานพ่อแล ได้จัดทำไว้นำมาประกอบท่ารำที่สวยงาม ไม่ยากนักสำหรับประชาชนชาวชัยภูมิที่จะออกมาร่วมรำทั้ง 16 อำเภอ จำนวนกว่า 30,000 คน ประกอบด้วย 6 เพลง ได้แก่เพลง เพลงศรัทธาพญาแล เพลงของดีชัยภูมิ เพลงชัยภูมิบ้านพี่ เพลงสาวบ้านแต้ เพลงออนซอนชัยภูมิ และจบด้วยเพลงบาสโลบชัยภูมิ
ส่วน ครูอรยา (ครูอร)ใบกนทา ครู ร.ร.บ้านวังตาลาดสมบูรณ์ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ (สพป.ชย3) เป็นครูแกนนำอีกคนหนึ่งที่นำชาวชัยภูมิรำถวายในครั้งนี้ กล่าวว่า ตนเองถึงแม้จะไม่ได้เกิดที่ชัยภูมิ แต่ได้ผูกพันและศรัทธาเจ้าพ่อพญาแล เมืองชัยภูมิ เป็นเมืองศิลปินมีศิลปินที่เกิดจากเมืองชัยภูมิเป็นจำนวนมาก ดีใจอย่างที่สุดที่ได้ร่วมเป็นครูแกนนำรำถวายเจ้าพ่อ การรำถวายเจ้าพ่อพญาแลครั้งนี้ จะทำให้ชาวชัยภูมิได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันรำถวายกว่า 30,000 คน เป็นท่ารำประจำจังหวัดต่อไป เพราะการรำเป็นนาฏศิลป์ เป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่มีความงดงาม อ่อนช้อย โดยผ่านการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกาย มีคุณประโยชน์อเนกอนันต์ประการ ไม่สามารถนำมาบรรยายได้หมด บางอย่างเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด บางอย่างเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในและสื่อสารออกมาด้วยหัวใจ

ครูอร กล่าวด้วยความตื่นตันใจอีกว่า “เจ้าพ่อพญาแล เปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้ โดยส่วนตัวจะพกเหรียญเจ้าพ่อพญาแลในกระเป๋าสตังค์เสมอปัจจุบันก็ยังคงอยู่ ย้อนไปเมื่อครั้งเดินทางมาสอบบรรจุเพื่อเข้ารับราชการครู ปี 2553 สถานที่สอบ ณ โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ครั้งนั้น ก่อนก้าวย่างเข้าไปสถานที่สอบ สายตามองไปเห็น ผู้คนมากมายกราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อพญาแลพร้อมทั้งดอกไม้ธูปเทียนและสิ่งของถวาย ขณะนั้นตัวข้าพเจ้าเองไม่มีเงินมากพอที่จะบูชาแม้กระทั่งดอกไม้ธูปเทียน เพราะพึ่งเรียนจบ ยังไม่มีงานทำ มีเงินจำนวนจำกัด จึงทำได้เพียงหันหน้าไปหาเจ้าพ่อพญาแลด้านอนุสาวรีย์ ประนมมือแล้วก้มลงกราบ ขอพรจากเจ้าพ่อฯ แต่มิได้บนบานศาลกล่าวใดๆ แล้วนึกในใจเพียงว่า “…ลูกหลานเกิดที่ชัยภูมิ อยากกลับมาอยู่ชัยภูมิ ขอกราบแผ่นดินชัยภูมิ…(แล้วหยิบเศษดินใส่ศีรษะ)” และนี้คือพรอันประเสริฐจากเจ้าพ่อพญาแล ที่ทำให้ได้กลับมาอยู่ชัยภูมิสมดั่งใจปรารถนา ทั่งที่ที่อยู่ตามภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี แต่รักที่จะอยู่ในผืนแผ่นดินชัยภูมิ เพื่ออุทิศตนให้เป็นประโยชน์ในฐานะลูกหลานเจ้าพ่อพญาแล”และในฐานะชาวไทยที่จะให้ความเคารพเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์สืบต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่อีกด้วย////