จ.ศรีสะเกษ พบอดีตกำนันเฒ่าค้านเจ้าอาวาสขายต้นไม้พะยูงอายุกว่า 100 ปีของวัดหนองไผ่ เผยเป็นแห่งเดียวของโลกที่มีต้นโพธิ์ใหญ่ห่อหุ้มต้นไม้พะยูงเอาไว้ ขณะที่ชาวบ้านลงมติคัดค้านไม่ให้ตัดต้นพะยูงพร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนในเรื่องนี้ สุดท้ายเจ้าอาวาสยอมถอยคืนเงินมัดจำให้พ่อค้าไม้พะยูง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองไผ่ ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายทองดี ด้วงนิล อายุ 77 ปี อดีตกำนัน ต.หนองไผ่ ได้นำสื่อมวลชนไปตรวจสอบต้นไม้พะยูงขนาดใหญ่มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ความกว้างประมาณ 4 คนโอบอายุประมาณ 150 ปี ซึ่งขึ้นอยู่ริมรั้วของวัดหนองไผ่ รอบต้นพะยูงมีการตั้งเจดีย์บรรจุอัฐิอยู่รอบบริเวณ บริเวณต้นโพธิ์ที่ห่อหุ้มต้นไม้พะยูงอยู่มีการใช้เลื่อยเจาะเข้าไปที่โคนต้นโพธิ์เพื่อที่จะตรวจสอบดูว่าไม้พะยูงที่อยู่ข้างในในแก่นไม้พะยูงที่สามารถใช้การได้หรือไม่ และมีการใช้ผ้า 3 สีมาคล้องต้นโพธิ์เอาไว้เพื่อเป็นการขอขมาต้นโพธิ์ไม่ให้มีการตัดต้นไม้พะยูงที่อยู่ภายในต้นโพธิ์ต้นนี้

นายทองดี ด้วงนิล อดีตกำนัน ต.หนองไผ่ กล่าวว่า การต้นโพธิ์ขึ้นห่อหุ้มต้นไม้พะยูงเอาไว้นี้ นับว่าเป็นแห่งเดียวของโลก คนโบราณจะเรียกว่าเป็นต้นไม้ผัวเมีย ซึ่งก่อนเกิดเหตุที่จะมีการขายไม้พะยูงนี้ ญาติของตนกำลังเดินผ่านวัดเพื่อที่จะไปซื้อของใช้ที่ร้านของหมู่บ้าน ปรากฏว่าได้เห็นคนกำลังตัดไม้พะยูงต้นนั้ จึงได้ไปแจ้งให้ตนทราบ ตนจึงได้นำชาวบ้านมาคัดค้านไม่ให้มีการตัดต้นไม้พะยูง ทราบว่า เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ได้ขายไม้พะยูงในราคา 630,000 บาท เพื่อจะนำเอาเงินมาก่อสร้างกุฏิภายในวัด โดยรับเงินมัดจำมาแล้ว จำนวน 20,000 บาท จากนั้น ตนจึงได้เปิดประชุมประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านทั้งหมดได้มีมติคัดค้านไม่ให้มีการขายต้นไม้พะยูงต้นนี้

นายทองดี กล่าวต่อไปว่า จากนั้น ได้นิมนต์เจ้าอาวาสมาพบกับกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งเจ้าอาวาสหนองไผ่เมื่อเห็นว่า ชาวบ้านคัดค้านไม่ยอมให้ขายให้ตัดไม้พะยูงต้นนี้ จึงได้ยอมคืนเงินมัดจำค่าขายไม้พะยูงให้กับพ่อค้าไม้พะยูงไปแล้ว และยอมยกเลิการขายไม้พะยูงของวัด พวกตนจึงได้พากันนำเอาอาหารคาวหวานมากราบไหว้ต้นไม้พะยูงและต้นโพธิ์ เพื่อเป็นการขอขมาและได้นำเอาผ้า 3 สีมาผูกรอบต้นไม้พะยูงและต้นโพธิ์เอาไว้ เนื่องจากว่า ต้นโพธิ์และไม้พะยูงต้นนี้มีคุณค่าต่อจิตใจของชาวบ้านหนองไผ่เป็นอย่างมาก และจะพากันมากราบไหว้ขอพรต่าง ๆ เป็นประจำอยู่เสมอ และมักจะได้รับพรตามที่ไปขอพรเอาไว้ ตนจึงขอวอนไปยังคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ของ จ.ศรีสะเกษ ได้มาทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย เพราะไม่อยากให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขี้นมาอีกต่อไป//////////
ศิริเกษ หมายสุข / ศรีสะเกษ