“บีซ” เข้าเส้นชัยที่ 2 ทัวร์ ออฟ จงหมิง

พ่อเมืองตราดสั่งการทุกหน่วยงานลุย

พร้อมจัดทัวร์ ออฟ ตราด ให้ยิ่งใหญ่

“จุฑาธิป” ปั่นสุดแรงเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในสเตจที่ 2 ของการแข่งขัน “ทัวร์ ออฟ จงหมิง ไอส์แลนด์ 2019” พร้อมได้ที่ 2 เจ้าความเร็วจุดที่ 1 อีกด้วย ทำให้มีแต้ม“โอลิมปิก แรงกิ้ง” ประเภทบุคคล เพิ่มมาอีก 20 คะแนน “พล.อ.เดชา” โทรให้กำลังใจ ขอให้สู้เต็มที่ในสเตจสุดท้าย เพื่อเป้าหมายไป “โตเกียวเกมส์” จำนวน 2 ที่นั่ง ขณะที่พ่อเมืองตราด กำชับทุกหน่วยงานลุยเต็มที่ในการจัดการแข่งขัน “ทัวร์ ออฟ ตราด 2019” ยืนยันให้การสนับสนุนทุกด้าน เพื่อเป็นหน้าตา และชื่อเสียงของจังหวัดตราด พร้อมเตรียมอัญเชิญถ้วยพระราชทานแห่รอบเมืองอย่างยิ่งใหญ่

การแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ จงหมิง ไอส์แลนด์ 2019” ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็น 1 ในรายการระดับเวิลด์ทัวร์ของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. เป็นการชิงชัยในสเตจที่ 2 ระยะทาง 126.6 กม. ผลปรากฏว่า ลอเรนา วีบีส นักปั่นสาวเนเธอร์แลนด์ จากทีมพาร์ค โฮเต็ล ฟานเคนเบิร์ก ซึ่งเป็นแชมป์และผู้นำเวลารวมจากสเตจแรก เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 อีกครั้ง ส่วนอันดับที่ 2 ได้แก่ “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นสาวไทยจาก ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม และอันดับที่ 3 ลูซี่ การ์เนอร์ นักปั่นสหราชอาณาจักร จากทีมไฮเทค โปรดักส์ ด้วยเวลา 3.05.25 ชั่วโมงเท่ากัน (ได้แต้มโบนัสต่างกัน)

นอกจากนี้ “บีซ” ยังได้อันดับ 2 เจ้าความเร็ว จุดที่ 1 (IS1) อีกด้วย ส่วนอันดับ 1 เป็นของ แทตเซียนา ซาราโกวา นักปั่นเบลารุส จากทีมมินสค์ ไซคลิง คลับ โดยมี ลอเรนา วีบีส เข้าอันดับ 3 แต่ว่า วีบีส สามารถคว้าอันดับ 1 เจ้าความเร็ว จุดที่ 2 (IS2) มาครองได้สำเร็จ พร้อมกับผงาดเป็นผู้นำเวลารวมต่อไป ขณะที่ จุฑาธิป เวลารวมขยับจากอันดับ 4 มาอยู่อันดับที่ 2 ตามหลัง วีบีส 18 วินาที และ จุฑาธิป ก็ยังได้รางวัลผู้นำเวลารวมนักปั่นเอเชีย หรือ “เบสต์ เอเชี่ยน ไรเดอร์” ต่ออีกวัน โดยนำอันดับที่ 2 ห่าง 13 วินาที

จากผลงาน 2 สเตจที่ผ่านมา ทำให้ จุฑาธิป ได้แต้ม “โอลิมปิก แรงกิ้ง” ประเภทบุคคล เพิ่มมาอีก 20 คะแนน จากเดิมมีอยู่ 186 คะแนน ก็เพิ่มเป็น 206 คะแนน และอันดับจากเดิมอยู่ที่ 93 ก็น่าจะขยับสูงขึ้นอีกแน่นอน

ส่วนผลงานนักปั่นไทยคนอื่น ๆ ศุภักษร นันตะนะ เข้าที่ 44 เวลา 3.05.25 ชั่วโมง, สโรชา กมลคร เข้าที่ 66, ชนิภรณ์ บัตริยะ เข้าที่ 68 เวลา 3.05.32 ชั่วโมงเท่ากัน, จันทร์เพ็ง นนทะสิน เวลา 3.05.43 ชั่วโมง

ด้าน “เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า การแข่งขันเสตจนี้ถือว่า จุฑาธิป ทำผลงานได้เข้าเป้า ซึ่งตนเองก็ได้บอกกับสตาฟฟ์โค้ชและนักกีฬาทุกคนว่า เหลืออีกเพียงวันเดียว ขอให้สู้อย่างเต็มที่ เพื่อเป้าหมายในการคว้าโควต้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเดียว ประเทศญี่ปุ่น ให้ได้ หากนักปั่นไทยทำผลงานได้ดี ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ถึง 2 ที่นั่ง

ผวจ.ตราด สั่งลุยปั่นทัวร์ ออฟ ตราด

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานร่วมกับ นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในการประชุมเตรียมความพร้อมในการขัดการแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ตราด 2019” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ค. ศกนี้ เส้นทางทางภายในจังหวัดตราด ที่ห้องประชุมทัยทิมสยาม โรงแรมอะวาด้า จ.ตราด โดยมีตัวแทนส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

พล.อ.เดชา กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “The 60th Anniversary Thai Cycling Association Tour of TRAT 2019” เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ และเพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ บรมราชาภิเษก อีกทั้งให้นักกีฬาจักรยานหญิงของไทยมีโอกาสเก็บคะแนนสะสมในการได้สิทธิไปโอลิปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นการแข่งขันที่สหพันธ์จัดรยานนานาชาติ (UCI) บรรจุให้เป็นการแข่งขันระดับ 2.1

สำหรับรูปแบบการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือประเภทสเตจเรซ แข่งขันระหว่างวันที่ 24-25 พ.ค. และ ประเภทวันเดย์เรซ แข่งขันวันที่ 26 พ.ค. รวมระยะทางทั้งหทด 269.9 กิโลเมตร โดยประเภทสเตจเรซ สเตจแรก วันที่ 24 พ.ค. เส้นทางจากหน้าศาลากลางจังหวัดตราด ไปบ้านแหลมกลัด แล้วกลับมาเข้าเส้นชัยที่ศาลากลางจังหวัดตราด ระยะทาง 83.5 กิโลเมตร เสตจที่สอง วันที่ 25 พ.ค. เส้นทางจากหน้าศาลากลางจังหวัดตราด ไปอำเภอบ่อไร่ – อำเภอเขาสมิง กลับมาเข้าเส้นชัยที่ศาลากลางจังหวัดตราด ระยะทาง 92.6 กิโลเมตร ส่วนวันที่ 26 พ.ค. ประเภทวันเดย์เรซ เส้นทางเส้นทางจากหน้าศาลากลางจังหวัดตราด ไปเข้าเส้นชัยที่อำเภอแหลมงอบ สุดแผ่นดินตะวันออกของประเทศไทย ระยะทาง 93.8 กิโลเมตร

ด้าน นายประเสริฐ กล่าวต่อที่ประชุมว่า ในเรื่องของการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ การต้อนรับ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด จะรับผิดชอบ ส่วนการปรับปรุงเส้นทางการแข่งขันให้อยู่ในสภาพที่ดีและปลอดภัยต่อนักกีฬา ขอให้อำเภอต่าง ๆ ที่เป็นเส้นทางการแข่งขันรับผิดชอบในเขตของตัวเอง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแขวงทางหลวงตราด ให้ไปดูแลให้ดี นอกจากนี้ขอให้ประชาสัมพันธ์จังหวัด และสื่อมวลชนท้องถิ่น ช่วยกระชายข่าวให้ทั่วถึง รวมทั้งขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวตราด ร่วมให้กำลังใจนักกีฬาตามเส้นทางการแข่งขัน เพื่อเป็นหน้าตา เพื่อชื่อเสียงของจังหวัดตราด และประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติในครั้งนี้

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ยังกล่าวอีกว่า ทางจังหวัดตราด ได้เตรียมอัญเชิญถ้วยพระราชทาน แห่ไปรอบเมือง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตา พระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ บรมราชาภิเษก โดยจะมีการอัญเชิญถ้วยพระราชทานมาจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 14 พ.ค. หลังการแถลงข่าวอย่างเป็น ทางจังหวัดจะจัดพิธีฉลองอย่างยิ่งใหญ่.

บรรยายใต้ภาพ

P1-2….ประชุม…..พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานร่วมกับ นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกล สตรีนานาชาติ รายการ “The 60th Anniversary Thai cycling Association Tour of Trat 2019” ระหว่างวันที่ 24 26 พ.ค. โดยใช้เส้นทางในจังหวัดตราด รวมระยะทาง 269.90 กม. ที่ห้องประชุมบุษราคัม โรงแรมเอวาด้า จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา

T2-12…..ยังเจ๋ง…. “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นสาวไทยจาก ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 พร้อมได้รางวัลผู้นำเวลารวมนักปั่นเอเชีย หรือ “เบสต์ เอเชี่ยน ไรเดอร์” ต่อไป ในการแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ จงหมิง ไอส์แลนด์ 2019” ประจำสเตจที่ 2 ระยะทาง 126.6 กม. ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 พ.ค.