รีสะเกษ พบหนุ่มใจบุญอุทิศชีวิตเพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียงไร้ญาติและยากไร้ เอาบ้านของตนเองเป็นที่พักรักษาตัวให้ผู้ป่วยโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน ขณะที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษเตรียมลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหาทางช่วยเหลือผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 6 ต.ทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากมีข่าวแพร่กระจายไปทั่ว จ.ศรีสะเกษว่า มีชายหนุ่มใจบุญได้ทุ่มเทชีวิตในการดูแลเปิดบ้านของตนเองจัดทำเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงไร้ญาติยากไร้ เมื่อไปถึงได้พบว่า ลักษณะของบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสี ภายในห้องโถงติดเครื่องปรับอากาศ และมีเตียงนอนสำหรับผู้ป่วยเรียงรายอยู่ ประมาณ 10 เตียง ได้พบกับ นายนัฐพงศ์ ประศรีพัฒน์ อายุ 26 ปี ชายหนุ่มใจบุญ กำลังวุ่นอยู่กับการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในบ้าน มีผู้ป่วยอยู่จำนวนทั้งสิ้น 9 คน และได้ผู้เสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมา 1 ราย คงเหลือผู้ป่วยอยู่ขณะนี้ จำนวน 8 คน ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

นายนัฐพงศ์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยใบหน้าที่มีความสุขว่า ก่อนหน้านี้ตนประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ประเภทตู้เติมเงินโทรศัพท์ ต่อมาได้ไปเรียนวิชาชีพการดูแลผู้สูงอายุและเด็ก จากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง และต่อมา ได้พบ 2 ตายาย ซึ่งคุณยายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยมีคุณตาซึ่งแก่ชราคอยดูแลตามลำพัง ไม่มีญาติ จึงได้นำสิ่งของไปมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ ต่อมาคุณตาได้เดินหกล้มทำให้เดินไม่ได้ ซึ่งตนเห็นแล้วเกิดความสงสาร จึงได้มีแนวคิดร่วมกันกับเพื่อนๆ ออกเงินกันเพื่อเช่าบ้านในตัวเมืองศรีสะเกษ แล้วนำตายายทั้งสองคนนี้มาดูแล เพื่อเป็นที่พักพิงของผู้ป่วยติดเตียงยากไร้ ไม่มีบ้าน ไม่มีลูกหลานหรือญาติดูแล และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พร้อมกับตั้งเพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ผู้ป่วยยากไร้ศรีสะเกษ” ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ปรากฏว่า ได้มีชาวบ้านพากันรวมกลุ่มขับไล่ สุดท้ายตนจึงได้ตัดสินใจใช้บ้านของตนเองจัดทำเป็นที่พักพิงของผู้ป่วยติดเตียงยากไร้

นายนัฐพงศ์ เล่าต่อไปว่า ต่อมาได้มีสถานพยาบาลหลายแห่งทราบข่าวนี้ จึงได้ติดต่อขอนำผู้ป่วยมาฝากให้ดูแล เนื่องจากแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แต่ไม่มีญาติมารับ ซึ่งได้นอนรอญาติที่โรงพยาบาลมานานหลายเดือนแล้ว โดยผู้ป่วยทุกรายที่ตนรับดูแลเป็นผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ ไม่เป็นโรคร้ายแรงหรือติดเชื้อใดๆ เป็นเพียงวัยชรา พิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่านั้น จึงได้คิดจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้น โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดตนและเพื่อนๆเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเองทั้งหมด พร้อมกับประชาสัมพันธ์ขอรับบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด แพมเพิส แผ่นรองซับ ถุงมือ ผ้าปิดจมูก ถุงขยะ สิ่งของดูแลผู้ป่วยติดเตียง เตียงผู้ป่วย เครื่องออกซิเจนและอื่นๆ มีประชาชนทั่วประเทศพากันบริจาคสิ่งของมาจำนวนหนึ่งแต่ว่าไม่ได้มากมายอะไร

นายนัฐพงศ์ เล่าด้วยว่า การที่ตนกับเพื่อน ๆ ที่มีจิตใจช่วยเหลือผู้ป่วยได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยขึ้นมา ไม่ได้คาดหวังประโยชน์สิ่งใดจากการที่พวกตนทำอยู่ เพียงแค่ได้ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ ได้มีที่อยู่ มีคนดูแล ไม่ถูกทอดทิ้ง พวกตนก็มีความสุขแล้วที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก เงินทองถ้ามีมากมายตายไปก็เอาไปไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ตนกำลังเตรียมที่จะก่อสร้างอาคารที่พักผู้ป่วยหลังใหม่ขึ้นบนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ เพื่อรองรับผู้ป่วยลักษณะนี้ ซึ่งในอนาคตอาจมีมากขึ้น เพื่อที่ผู้ป่วยเหล่านั้นจะได้มีที่พึ่งมีคนดูแลไม่ถูกทอดทิ้งต่อไป

ด้าน น.ส.นภาพร เมฆาผ่องอำไพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทาง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับทราบข้อมูลแล้ว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบรายชื่อผู้ป่วยทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในศูนย์ผู้ป่วยยากไร้ศรีสะเกษดังกล่าว ว่ามีญาติหรือไม่ หากพบว่ามีญาติก็จะดำเนินการส่งผู้ป่วยคืนญาติ แต่หากไม่พบว่ามีญาติ หรือญาติไม่รับกลับไปดูแล ก็จะดำเนินการพิจารณาส่งผู้ป่วยไปอยู่ในความดูแลของศูนย์คนไร้ที่พึ่งในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามขั้นตอนระเบียบข้อกฎหมายต่อไป///////////

ศิริเกษ หมายสุข / ศรีสะเกษ