สลด! หนุ่มใหญ่วัย 56 ปี ชาวกรุงเทพออกไปฉลองดื่มเหล้ากับเพื่อนจนเมาขับรถยนต์กระบะกลับบ้านเกิดหลับในชนรถจักรยานยนต์ซาเล้งพ่วง ข้างจนขาดกระจุยและลากร่างคนขับพ่วงข้างหลุดโค้งตกลงไปล่องไหร่ทางจนเสียชีวิตคาที่ส่วนภรรยาที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ด้านเจ้าหน้าที่คุมตัวคนขับรถยนต์กระบะในสภาพมึนเมาไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

(14 เม.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา16.00 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิประชานุกูล ราชบุรี ได้รับแจ้งจากสายด่วน 1669 มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณโค้งหน้าโรงแรม STAR ถนนห้วยไผ่-น้ำพุ หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อาสาสมัครมูลนิธิจึงออกตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ดัดแปลงพ่วงข้างและรถยนต์กระบะได้พุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง ถึงส่งผลให้ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุทันที 1 ราย จึงได้แจ้งไปยังร้อยเวร ส.ภ. เมืองราชบุรี พร้อมแพทย์เวรจากโรงพยาบาลราชบุรี ได้มาตรวจภายในจุดเกิดเหตุ

พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมร้อยเวร ส.ภ. เมืองราชบุรี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า วีโว่ สีบรอนเทา หมายเลขทะเบียน 4 กล 4409 กทม. หลุดโค้งตกลงไปร่องไหล่ทางถนนสภาพเสียหายด้านหน้าพังยับ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน 1 กด 9151 รบ. สภาพังเสียหายยับเยินจนตัวเครื่องหลุดจะจัดกระจาย ส่วน ตัวพ่วงข้างขาดหลุดออกจากตัวรถจนไม่มีสภาพดี นอกจากนี้ยังพบเสาร์ไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางโคนล้มลงฟาดกับเสาไฟฟ้าจนได้รับความเสียหาย ส่วนที่พื้นถนนพบรอบล้อรถที่รากเป็นทางยาว จนทำให้เศษชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ พร้อมด้วยสิ่งของที่บรรทุกบนพ่วงข้างจะจัดกระจายไปตามพื้นเป็นทางยาว

ส่วนที่บริเวณริมไหล่ทางช่วงทางโค้งพบศพเป็นชายหนึ่งรายสภาพศพนอนค่ำหน้า สวมเสื้อเชิ้ตลายสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีแดง สวมกางเกงยีนสภาพขาดเกิดจากการรากไถลกับพื้นถนนนอนเสียชีวิตจมกองเลือด ทราบชื่อต่อมาคือนายสมศักดิ์ ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 56 ปีเศษ เป็นคนรับจ้างเข็นผักและส่งสิ่งของภายในตลาดศรีเมืองราชบุรี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือภรรยาของผู้ตายที่นั่งมาด้วยทราบชื่อคือนางสมศรี คำจา อายุ 52 มีอาชีพเปิดร้านขายของชำ ที่บ้านเลขที่ 76/2. ม.5 ต.อ่างหิน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัด ขาทั้ง 2 ข้างหัก เจ้าหน้าที่ 1669 โรงพยาบาลราชบุรีได้นำส่งรักษายังโรงพยาบาลราชบุรี นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ควบคุมตัวคนขับรถยนต์กระบะคือนายมานิต โรงแสง อายุ 56 ปี ชาวหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในหมู่ที่ 5 ต.อ่างหิน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งมาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับผู้ตาย มีสภาพมึนเมาส่งกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เครื่องเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 256 mg/100ml ให้การวกวน

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า รถยนต์กระบะกับรถของผู้ตายได้ขับขี่ตามกันมา โดยก่อนหน้ารถยนต์กระบะได้ขับมาด้วยความเร็วสูงและขับเฉี่ยวรถยนต์ที่บริเวณวงเวียนคลองชลประทาน ก่อนจะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงช่วงโค้งจุดที่เกิดเหตุได้พุ่งชนเข้ารถจักรยานยนต์ซาเล้งพ่วงข้างที่ขับมาตามทางปกติจนเต็มแรง และรากไปชนอัดกับเสาไฟฟ้าส่องสว่างจนทำให้เสาโค่นล้มลงไปฟาดกับเสาไฟฟ้าริมทาง จนสภาพรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขนาดออกจากตัวพ่วงข้างจนสภาพพังยับเยินก่อนจะลากร่างของผู้เสียชีวิตลงไปไหร่ทาง ภรรยาของผู้ตายกระเด็นตกไปอยู่ล่องถนนริมกำแพงของโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงประมาณ 10 เมตร ส่วนรถยนต์กระบะตกลงไปข้างทางห่างจากศพผู้เสียชีวิต 50 เมตร ภายในรถพบคนขับมีสภาพมึนเมาอยู่บริเวณที่นั่งคนขับ ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันนำตัวออกมาจกรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่านายมานิต โรงแสง คนขับรถยนต์กระบะ เป็นชาวหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันได้พักอาศัยอยู่ในหมู่ที่ 5 ต.อ่างหิน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นผู้บ้านเดียวกับผู้ตาย และไม่ได้รู้จักกับครอบครัวผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุได้ออกมาดื่มฉลองกับเพื่อนที่ตัวเมืองราชบุรีตั้งแต่ช่วงเที่ยง และเมื่อถึงเวลาประมาณ 15.30 ได้ขอตัวกลับบ้านและได้แยกย้ายกัน ก่อนจะขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ไม่ทราบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น และมาทราบอีกทีว่าขับรถหลุดโค้งตกลงข้างทาง และทำให้คนเสียชีวิต เบื้องต้นรับสารภาพว่าดื่มหนักจนเมา พร้อมทั้งบอกว่า “ตนผิดเอง ยอมรับผิด” เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบถามนายทอง คำจา เป็นผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.อ่างหิน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และเป็นญาติของทั้งสองคน ให้ข้อมูลว่า ทั้งหมดอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ผู้ตายและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นแฟนกัน อยู่บ้านเดียวกันและเป็นพี่น้องกับตนเอง ส่วนคนขับรถยนต์กระบะนั้นเป็นคนกรุงเทพมหานคร ได้มาซื้อที่เพื่อปลูกบ้านอยู่ในหมู่บ้าน และอยู่ในระหว่างขอทะเบียนบ้าน ซึ่งตนเองและญาติๆก็ตกใจว่าเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะทั้งผู้ตายและคนขับรถยนต์กระบะก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใด แต่มาเกิดเหตุเหมือนเป็นเรื่องที่บังเอิญกันเพราะทั้ง 3 คน อยู่หมู่บ้านเดียวกัน และกำลังที่จะขับรถกลับบ้านในทางเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เห็นสภาพของนายมานิต มีสภาพมึนเมาและได้กลิ่นสุรา จึงเป็นอุบัติเหตุเศร้าสลดในครั้งนี้ โดยญาติก็จะนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี ส่วนคนขับรถยนต์กระบะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพข่าวจาก ประวิทย์ ลิ้มเจริญ จ.ราชบุรี