“กองปราบรวบหนุ่มเปิดบัญชีม้าเอื้อแก๊งแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ เสียหายนับสิบล้าน!!

0
34

“กองปราบรวบหนุ่มเปิดบัญชีม้าเอื้อแก๊งแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ เสียหายนับสิบล้าน!!

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ได้สั่งการให้พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.,พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผบก.ป.,พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ,พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว, พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนง,พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ และพ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี รอง ผกก.กก.1 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ สว.กก.1 บก.ป.,ร.ต.อ.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม รอง สว.กก.1 บก.ป.,ร.ต.อ.อดิศร อายุโย, ร.ต.อ. ณัฐวัฒน์ จำปาสาร, ร.ต.ท.เอกลักษณ์ รุ่งเรือง รอง สว.(ป) กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายพงศ์ระวี (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 79/2565 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2565 กระทำความผิดฐาน “โดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งกระทำความผิดเป็นปกติธุระ และสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน”

จับกุม บริเวณริมถนนภายในโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ม.4 ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี
จว.นนทบุรี

โดยก่อนเกิดเหตุคดีนี้ เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2564 ขณะที่นายพงศ์ระวี (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคดีนี้อยู่ที่บ้านพักอาศัยย่านสายไหม กรุงเทพฯ ได้มี นายยีน(ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) ซึ่งเป็นรุ่นพี่ มาหาและขอให้นายพงศ์ระวีฯ ช่วยเปิดบัญชีธนาคารให้ โดยนายยีนฯ อ้างว่าจะนำไปให้นายทุน เพื่อรับโอนเงินจากต่างประเทศ ซึ่งนายยีนฯ จะให้เงินค่าจ้างบัญชีละ 2,500 บาท ต่อมานายพงศ์ระวีฯ จึงไปเปิดบัญชีธนาคารให้กับนายยีนฯ จำนวน 2 บัญชี แล้วนำบัญชีธนาคารไปมอบให้กับนายยีนฯ รวมเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

จากนั้นนายยืนฯ ซึ่งเป็นผู้รวบรวมบัญชีธนาคารก็ได้นำบัญชีธนาคารดังกล่าวไปให้กับแก๊งแชร์ลูกโช่ออนไลน์ ใช้ก่ออาชญากรรมในโลกออนไลน์ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมที่มีประชาชนตกเป็นเหยื่อและได้รับความเสียหายมากที่สุด และมีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกแก๊งแชร์ลูกโซ่ออนไลน์หลอกลวงเสียหายนับสิบล้านบาททยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับนายพงศ์ระวีฯ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชุมตาบง จว.นครสวรรค์ ร่วมกันสืบสวนหาข่าวจนทราบว่า นายพงศ์ระวีฯ ผู้ต้องหาคดีนี้ได้หลบหนีคดีและมาพักอาศัยอยู่ที่โครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ม.4 ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี จว.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงออกตรวจสอบจนพบนายพงศ์ระวีฯ และได้เข้าแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับให้ นายพงศ์ระวีฯ ผู้ต้องหาทราบ สอบสวนเบื้องต้นนายพงศ์ระวีฯ ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจริง โดยได้รับค่าจ่างบัญชีละ 2,500 บาท แต่ตนไม่ได้เป็นสมาชิกแก๊งแชร์ลูกโซ่ออนไลน์และไม่ได้เป็นผู้หลวงลวงผู้เสียหายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงจับกุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมตาบง จว.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายยีนฯ ซึ่งเป็นคนรวบรวมบัญชีม้าให้กับแก๊งแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจริง โดยได้รับค่าจ่างบัญชีละ 2,500 บาท แต่ตนไม่ได้เป็นสมาชิกแก๊งแชร์ลูกโซ่ออนไลน์และไม่ได้เป็นผู้หลวงลวงผู้เสียหายแต่อย่างใด

เตือนภัย ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ที่มีพฤติกรรมรับจ้างเปิดบัญชีหรือขายบัญชีธนาคารให้กับบุคคลอื่น ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวและรีบไปติดต่อกับธนาคารเพื่อขอปิดบัญชีธนาคารดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อหยุดวงจรการฉ้อโกงออนไลน์และความผิดอื่นที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนส่วนใหญ่ และหากพบว่าบัญชีธนาคารดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดและท่านรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวแต่ยังยินยอมให้มิจฉาชีพนำบัญชีของท่านไปใช้ในการกระทำความผิด ท่านอาจถูกดำเนินคดี ดังนี้

​1. ในฐานะตัวการร่วมในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
​2. ผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วน ของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
​3. ความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นคนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์รับจ้างเปิดบัญชี หรือขายบัญชีธนาคารให้กับบุคคลอื่น สามารถแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.