“ปวีณา พา 3 แม่ ผู้เสียหาย ร้อง รอง ผบก.น.3 เอาผิดโชวโฟอร์รถโรงเรียนลวนลาน เยาวชน!!

0
10

“ปวีณา พา 3 แม่ ผู้เสียหาย ร้อง รอง ผบก.น.3 เอาผิดโชวโฟอร์รถโรงเรียนลวนลาน เยาวชน!!

ช่วงสายวันนี้ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เดินทางพร้อมผู้เสียหายซึ่งเป็น แม่เด็กหญิง 3 ราย อายุ 8 ขวบ 9 ขวบ และ 11 ขวบ ไปที่ สน.ฉลองกรุง เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี กับ ถูกนายเอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 56 ปี คนขับรถตู้รับ-ส่งนักเรียน (ส่วนบุคคล) รายหนึ่ง หลัง เยาวชน ที่เป็นบุตรของทั้งสาม ถูก คนขับรถตู้โรงเรียนลวนลามเหตุเกิดช่วงเดือนมิถุนายน 2564

โดยนางปวีณา หงสกลุ ระบุว่าส่วนตัวได้รับการประสานร้องทุกข์ในช่วงค่ำวานนี้ว่าบุตรหลานของผู้เสียหายทั้งสามรายถูกคนขับรถตู้เอกชน ของโรงเรียน แห่งหนึ่งก่อเหตุล้วนลามและคดีมีการแจ้งความไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว มีความคืบหน้าแค่เพียงหนึ่งคดีและล่าสุดตัวผู้ขับขี่รถตู้ก็กลับมาขับขี่รับส่งนักเรียนจึงได้มีการประสานมาที่ พันตำรวจเอกรัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผบก.น.3 เพื่อสอบถามความคืบหน้าและพาผู้เสียหายเข้าพบเพื่อเร่งรัด การดำเนินคดีในวันนี้

แม่เยาวชน อายุ 8 ปี เล่าให้ทีมข่าวฟังว่าตนเองได้รับการบอกเล่าจากลูกสาวว่าถูกคนขับรถตู้โรงเรียนลวนลามโดยการขับรถเลยเข้าไปจอดที่บริเวณท้ายหมู่บ้านและ ถูกลวนลามก่อนจะนำมาส่งที่บ้านซึ่งนอกจากตนเองยังเคยเห็นว่ามีเพื่อนอายุ 9 ขวบและรุ่นพี่อายุ 11 ขวบโดนด้วยเช่นกัน เมื่อได้รับข้อมูลจากทางลูกสาวจึงติดต่อผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนตามที่ลูกได้มีการบอกเล่าจึงทำให้มีการสอบถามจนทราบว่าทั้งสามถูกชายคนดังกล่าวกระทำการ ลวมลามจริงจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวนสน.ฉลองกรุงเมื่อวันที่ 6มิถุนายน 2564 และติดตามความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด

ก่อนที่ล่าสุดจะทราบว่าเมื่อวันที่ 7มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาทราบว่าพนักงานสอบสวนมีการแจ้งข้อหากับชายคนดังกล่าว เพียง 1 คดี คือคดีลูกสาวตนเอง แต่คดีของ เพื่อนวัย 9 ขวบ และรุ่นพี่วัย 11 ขวบ ยังไม่มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใดทั้งทั้งที่มีการแจ้งความไว้ใน ใบแจ้งความเดียวกัน เมื่อมีการพยายามสอบถามพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีกลับได้รับคำตอบว่าพนักงานสอบสวนมีคดีรับผิดชอบอยู่หลายคดีทำให้อีกสองคดีต้องล่าช้า

นอกจากนี้ ตัวผู้ต้องหายังถูก ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนและออกมาใช้ชีวิตรวมถึงขับรถรับส่งตามปกติ ทำให้บุตรหลานของตนทั้งสามคนกลับมาหวาดกลัวอีกครั้งหลังเปิดภาคเรียนการศึกษาที่ต้องเดินทางไปโรงเรียนและพบเห็นรถตู้คันดังกล่าวมารับส่งนักเรียนคนอื่นที่โรงเรียนหรือขับผ่านบริเวณหน้าบ้าน

นอกจากนี้ในวันที่ 9มิถุนายนที่ผ่านมาชายคนดังกล่าวยังได้เดินทางไปที่บ้านพักของตนเองเพื่อขอเจรจายอมความโดยเสนอว่าจะชดใช้ให้เป็นค่าทำขวัญแต่ไม่ได้มีการระบุตัวเลขชัดเจนแต่ตนเองยืนยันว่าจะดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นการปกป้องบุตรหลานรวมถึงเพื่อนเพื่อนและรุ่นพี่ที่ ถูกกระทำ ซึ่งจากการหาข้อมูลของตนเองอย่างทราบว่านอกจากเคสของตนเองสามรายยังมีอีกห้าถึงหกรายที่เคยถูกก่อเหตุจากชายคนนี้แต่ผู้ปกครองของกลุ่มนักเรียนห้าถึงหกรายไม่มีการดำเนินการทางคดีเพราะอาจจะเป็นเงื่อนไขส่วนตัวซึ่งตนเองไม่ทราบ จึงอยากให้ทางตำรวจจัดการทางคดีให้ถึงที่สุด

ในส่วนของโรงเรียนที่ตนเองได้พยามติดต่อสอบถามถึงการดำเนินการต่อตัวผู้ขับขี่รถตู้รายนี้ได้รับคำตอบว่าเป็นบุคลากรนอกไม่ใช่พนักงานของโรงเรียนจึงไม่สามารถดำเนินการใดใดได้ทั้งทั้งที่ในตอนแรกทางโรงเรียนเป็นคนแนะนำให้ตนเองและครอบครัวอื่นๆใช้บริการกับชายคนนี้ทำให้กลุ่มผู้ปกครองไว้ใจใช้บริการกับชายคนดังกล่าวแต่เมื่อเกิดเรื่องโรงเรียนกลับบอกว่าไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ซึ่งในส่วนของตัวชายคนนี้พฤติการณ์จะมีการรับนักเรียนจากบ้านและไปส่งที่โรงเรียนสองแห่งในเขตพื้นที่ ซึ่งยังมีผู้ปกครองอีกหลายรายที่ยังไม่ทราบถึงพฤติการณ์ของชายคนดังกล่าว

ด้านพ.ต.อ.รัฐศักดิ์ ระบุว่า ในวันนี้หลังทราบเรื่องจึงได้นัดหมายให้ทางผู้เสียหายเข้ามาพบเพื่อสอบถามรายละเอียดทางคดีและจะตรวจสอบถึงสาเหตุของการดำเนินคดีที่ล่าช้าในส่วนอีกสองคดีที่ยังไม่มีการดำเนินการแต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของสน. ฉลองกรุงจำนวนสองคดีส่วนอีกหนึ่งคดีอยู่ในอำนาจการสอบสวนของสน. ลำผักชี ซึ่งตนเองยังไม่ทราบว่าสาเหตุที่มีการดำเนินการทางคดีล่าช้ามาจากสาเหตุใดส่วนที่ผู้เสียหายระบุว่าพนักงานสอบสวนอ้างว่าคดีในความรับผิดชอบเยอะตนเองมองว่าไม่สามารถพูดได้เนื่องจากข้าราชการตำรวจต้องปฎิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนและไม่ควรพูดกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะคำพูดแบบนี้แต่ยอมรับว่าในส่วนของ สน.ฉลองกรุง มีอัตรากำลังตำรวจที่ทำงานด้านการสอบสวน น้อยซึ่งในบางวันมีเพียงหนึ่งคนที่ต้องทำงานทั้งวัน แต่ต่อจากนี้ตนเองขอรับหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามคดีนี้ซึ่งหากยังเกิดความล่าช้าขึ้นอีกในอนาคตจะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาที่ทางกลุ่มผู้ปกครองยังรู้สึกไม่สบายใจตนเองมีแนวทางปฎิบัติไว้ในใจแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสาธารณะชนเนื่องจากเกรงว่าตัวผู้ต้องหาจะรู้ตัวก่อนซึ่งคาดว่าในหนึ่งถึงสองวันนี้จะสามารถดำเนินการได้

ซึ่งเบื้องต้นในส่วนของการเร่งรัดคดีวันนี้จะให้ทาง สน.ฉลองกรุง ดำเนินการเร่งรัดอีกหนึ่งคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบที่ยังไม่ดำเนินการให้รับดำเนินการทันทีส่วนทาง สน.ลำผักชี ได้สั่งการให้เตรียมรับคดีทันทีเช่นกันเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการทางคดีได้ไม่ช้า

ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนต้องแยกคดีทั้งหมดออกเป็นสามคดีทั้งที่เป็นพฤติการณ์เดียวกันและผู้ก่อเหตุเป็นคนเดียวกัน รวมถึงยังได้แจ้งความในวันเดียวกัน เนื่องจากลักษณะของคดี ต้องแยกออกเป็นต่างกรรมต่างวาระเพื่อดำเนินการเอาผิดรวมถึงลงโทษแยกกัน จึงทำให้ไม่สามารถรวบรวมเป็นคดีรับผิดชอบเดี๋ยวได้รวมถึงยังมีหนึ่งคดีที่อยู่นอกอำนาจสอบสวนของ สน.ฉลองกรุง ด้วย และคดีนี้ยังเป็นคดีที่เกิดขึ้นกับเยาวชนจึงทำให้ต้องมีการประสานหน่วยงานอื่นที่เข้ามาสอบสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบด้วย

ขณะที่ภายหลังการเข้าพูดคุยกับพนักงานสอบสวนและการตรวจสอบคดีของทาง พันตำรวจเอกรัฐศักดิ์ พบว่าในส่วนของคดีที่มีการดำเนินการไปแล้วล่าสุดที่มีการ ประกันตัวไปเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นเคสของเด็กอายุ 11 ขวบส่วนคดีของเด็กอายุแปดเก้าขวบขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการประสานให้เจ้าของพื้นที่รับคดีซึ่งแบ่งเป็นเยาวชนอายุแปดขวบอยู่ในความดูแลของสน.ลำผักชีและเยาวชนอายุเก้าขวบอยู่ในความดูแล ของ สน.ฉลองกรุง ซึ่งหลังจากการพูดคุยภายในห้องประชุมจะดำเนินการเร่งรัดทางคดีทันที