#เกษตรกรนำนากุ้งร้างมาทำศูนย์การเรียนรู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมในบ่อดิน มาทดแทนความต้องการของตลาด สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมอ่าวบ้านดอน#

0
11

#เกษตรกรนำนากุ้งร้างมาทำศูนย์การเรียนรู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมในบ่อดิน มาทดแทนความต้องการของตลาด สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมอ่าวบ้านดอน#
ที่ศูนย์การเรียนรู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมในบ่อดิน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยหัวในนำเอาบ่อกุ้งร้างใช้นวัตกรรมในการเลี้ยงหอยมาทำฟาร์มหอยนางรมในบ่อดิน สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมอ่าวบ้านดอน ทดแทนความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้นหลังจากอ่าวบ้านดอนมีปัญหาในการเลี้ยงหอย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ปัญหาน้ำเสีย ศัตรู ของหอยนางรม อนาคตหลังเปิดประเทศจะส่งออกไปยังซาอุดิอาระเบีย
นางกันตดา เพ็งเอียด เจ้าของเอเชียกาญจนดิษฐ์ฟาร์ม อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เอเชียกาญจนดิษฐ์ฟาร์มเป็นศูนย์การเรียนรู้การลี้ยงหอบนางรมในบ่อดิน ปัจจัยหลักที่เราคิดตรงนี้ขึ้นมาเพราะว่าปัจจุบันสภาวะแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ในปี 63 ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมต้องใช้คำว่าน้ำตานอง เพราะเกิดภาวะน้ำท่วมหอยที่เคยได้เป็นกอบเป็นกำรายได้กับหายไปกว่าจะเริ่มกันใหม่ก็ต้องลงทุน เสียเวลาเพิ่มขึ้น บางครั้งตลาดต้องการก็มีไม่เพียงพอ เมื่อเป็นแบบนี้เราจึงต้องคิดใหม่ทำใหม่เมื่อฝนตกเราก็ไม่กลัว แต่พอฝนมาฟ้าก็เริ่มสว่าง
ดังนั้นการนำนวัตกรรมการเลี้ยงหอยนางรมในบ่อดินจะเป็นอีกทางรอดหรือทางเลือกให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงหอย ซึ่งการเลี้ยงในบ่อดินเราสามารถที่จะควบคุมได้ หากเราต้องการรับออเดอร์ลูกค้าหรือต้องการเงินสัก 1 แสนบาทเราก็สามารถที่จะทำได้ หากในวันนี้เรารับออเดอร์ลูกค้า 1 ล้านตัวในปีนหน้า เราก็กำหนดได้แน่นอน แต่หากเลี้ยงในทะเลเราต้องรอทุกอย่างน้ำขึ้นสูง หรือนำลดต่ำลงก็ทำไม่ได้ พายุมาก็ขึ้นไม่ได้ แต่หอยนางรมในบ่อดินจะต่างกับในทะเลสามารถที่จะรับออเดอร์ล่วงหน้าได้ กำหนดดีมานและซับพลายต่อรองกับลูกค้าได้ ส่วนศัตรูในบ่อดินแทบจะไม่มีซึ่งต่างกับการเลี้ยงในทะเลทีมีศัตรูมากมาย เราจึงผลักดันทำให้ครบวงจรก็จะได้หอยดีมีคุณภาพอย่างแน่นอน
จากที่ได้ดำเนินการเลี้ยงมาการโตของหอยนางรมโตดี เปรียบเหมือนเป็นการทดแทนการเลี้ยงในทะเล ที่ปัจจุบันการเลี้ยงหอยนอกเขตอนุรักษ์ในทะเลไม่สามารถที่จะทำการเลี้ยงได้ การเลี้ยงในบ่อดินเป็นแนวที่ดีที่เราสามารถจับต้องได้ว่าแต่ละปีเราจะเลี้ยงหอยนางรมได้เท่าไร บอกได้เลยว่าอัตราการรอด 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมาดูต้นทนทุนการเลี้ยงก็ไม่มาก ซื้อลูกพันธุ์มาจากเกษตรกรตัวละ3- 5 บาท หรือ 10 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของลูกหอยด้วย หากไซด์ใหญ่เท่าไรการเจริญเติบโตเร็วเท่านั้น ส่วนที่ฟาร์มเลี้ยงอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะตัวละ 5 บาทเป็นสายพันธุ์ตะโกรมที่มีรสชาติดี ทนทาน โตเร็ว มีขนาดใหญ่ ตอนนี้เลี้ยงมาเกือบ 2 ปีแล้ว อยู่ในไซด์ที่สามารถจะเก็บไปจำหน่ายให้กับลูกค้าแล้ว สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งทานแบบสดๆ ไข่เจียวหอยนางรม และเมนูใหม่อย่างหอยนางรมอบชี๊ดก็กำลังเป็นที่นิยม
สำหรับการเลี้ยงในทะเลกับบ่อดินจะแตกต่างกัน การเลี้ยงในทะเลต้องรอเชื้อมาติดที่วัสดุที่นำไปวางไว้ เราไม่สามารถจำรู้ได้ว่าจะมีผลผลิตมากน้อยเพียงแต่ ความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวบ้านดอนจะมีเชื้อหอยนางรมเกิดมากที่สุด และใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโต 2-3 ปี แต่ในบ่อดินเราซื้อลูกพันธุ์มาแล้วก็เลี้ยงได้เลย การเลี้ยงจะนำมาเลี้ยงในตะกร้า หรือนำไปเกาะกับกระเบื้อง หรือแท่งเสาปูน หรือร้อยกับเชือก ในขณะที่ตลาดที่มีความต้องการสูงมากนวัตกรรมการเลี้ยงในบ่อดินก็จะตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาดได้ในอนาคตได้อย่างแน่นอน ขณะนี้เราสามารถที่จะเก็บไปจำหน่ายให้กับลูกค้าได้แล้ว และอนาคตเราก็อาจจะส่งหอยนางรมสุราษฎร์ธานีไปจำหน่ายยังประเทศซาอุดิอาระเบียต่อไป