“ผบช.ภ.4 สั่งให้พนักงานสอบสวน สภ.กลางใหญ่ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมาประจำ ศปก.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ธำรงวินัย สั่งการผู้บังคับการตำรวจทุกจังหวัดและหัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัดให้คัดสรรพนักงานสอบสวนที่มีคุณภาพมีจิตใจบริการมารับใช้ประชาชน!!

0
41

“ผบช.ภ.4 สั่งให้พนักงานสอบสวน สภ.กลางใหญ่ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมาประจำ ศปก.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ธำรงวินัย สั่งการผู้บังคับการตำรวจทุกจังหวัดและหัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัดให้คัดสรรพนักงานสอบสวนที่มีคุณภาพมีจิตใจบริการมารับใช้ประชาชน!!

ตามที่มีสื่อสังคมออนไลน์และข่าวเด็ด 7 สี เสนอข่าวเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2565 ว่า “พนักงานสอบสวน สภ.กลางใหญ่ จว.อุดรธานี ยศ ร.ต.อ.ได้เรียกรับเงินจากญาติผู้ต้องหาในคดีขับเสพโดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำมันรถนำตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้องศาล และขอยืมเงิน อ้างว่าจะไปซื้อเบียร์ฝากอัยการ” นั้น

สื่อ-สร้าง-สาร ภ.4 ขอชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2565 พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ. 4 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี นำตัว ร.ต.อ.กิระศักดิ์ วาสิงหน รอง สว.(สอบสวน) สภ.กลางใหญ่
มาประจำ คปก.ภ.จว.อุดรธานี จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมให้ฝึก เพื่อธำรงวินัยทุกวัน

ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฎว่าเมื่อวันที่ 11 เมษายนพ.ศ.2565 ตำรวจ สภ.กลางใหญ่ จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ในข้อหา (เป็นผู้ขับขี่รถโดยเสพยาเสพติดให้โทษยาบ้า) ต่อมาวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2565 ร.ต.อ.กิระศักดิ์ วาสิงหน รอง สว.(สอบสวน) สภ.กลางใหญ่ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งฟ้องต่อศาลแขวงอุดรธานี โดยมีมารดาของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ขออาศัยเดินทางไปด้วย ระหว่างเดินทาง ไฟที่แจ้งเตือนระดับน้ำมันของรถยนต์ส่งผู้ต้อง หาได้แจ้งเตือน ร.ต.อ.กิระศักดิ์ฯ จึงได้ขอยืมเงินจากมารดาของผู้ต้องหาคนละ 100 บาท รวม 3 ราย เป็นจำนวนเงิน 300 บาท เพื่อเติมน้ำมันรถยนต์ส่งผู้ต้องหา และขอยืมเงินจากมารดาผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อีกรวมจำนวน 1,900 บาท และบอกว่าจะนำไปซื้อเบียร์ฝากอัยการ และสัญญาว่าเมื่อเดินทางกลับแล้วจะคืนให้ แต่ครั้นเมื่อเดินทางกลับถึงแล้ว ร.ต.อ.กิระศักดิ์ฯ ไม่ยอมคืนเงินที่ยืม ให้กับมารดาของผู้ต้องหาตามที่ตกลงกันไว้ทำให้มารดาของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เกิดความไม่พอใจ และพากันไปปรึกษานายจ้างของผู้ต้องหา ซึ่งนายจ้างก็เป็นเพื่อนกับ ร.ต.อ.กิระศักดิ์ฯ แต่ตกลงกันไม่ได้ นายจ้างจึงพามารดาของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปร้องเรียนต่อ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้างผือ ส่วนภาพที่ปรากฎว่า ร.ต.อ.กิระศักดิ์ฯ ถือเบียร์กระป๋องนั้น มารดของผู้ต้องหายืนยันว่า ไม่เห็น ร.ต.อ.กิระศักดิ์ๆ ดื่มเบียร์กระป้องตามภาพขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สถานีตำรวจแต่อย่างใด

นายจ้างของผู้ต้องหา ยืนยันว่า ภาพของ ร.ต.อ.กิระศักดิ์ฯ ที่ถือเบียร์กระป๋อง ตนนำมาเพื่อประกอบการร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ ร.ต.อ.กิระศักดิ์ฯ ยืมเงินจากมารดาของลูกจ้างของตนแล้วไม่ยอมคืนเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่นใดและตนไม่ได้เป็นคนถ่าย จำไม่ใด้ว่าภาพมาจากไหน ใครส่งให้ แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเห็นว่า การกระทำของ ร.ต.อ.กิระศักดิ์ฯ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะ ประพฤติตนที่ไม่สมควร จะได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาโทษทัณฑ์ต่อไป

ที่ผ่านมาในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมเสพสุราเป็นอาจิณ จนทำให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการ และภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2565 ถึง 1 เมษายนพ.ศ.2565

พล.ต.ท.ยรรยงฯ ผบช.ภ.4 ได้จัดให้มีการฝึกอบรมโครงการ “Police Family” ที่ ศฝร.ภ.4 โดยนำตำรวจที่มีพฤติกรรมข้างต้น และสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา จำนวน 29 นาย มาบำบัดรักษา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสุขภาพ พลานามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ระยะเวลาดำเนินการ 5 สัปดาห์ โดย สัปดาห์แรกเป็นการเข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์และรับคำแนะนำ ตลอดจนรับยาไปรับประทานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อีก 3 สัปดาห์ เข้ารับการฝึกอบรมจากแพทย์ และพยาบาลผู้เชี่ยวขาญ พร้อมกับวิทยากรที่มีคุณภาพมาร่วมให้ความรู้ และปรับพฤติกรรมให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น หลับจบโครงการได้มีการติดตามประเมินผลปรากฎว่าทำให้ดื่มลดลง 50 %, เลิกเด็ดขาด 40.63 % และดื่มปกติ 9.38 %

นับว่าเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ ซึ่งจะเป็นภาพลักษณ์ที่ประชาชนได้เห็น และเป็นแบบอย่างที่ดี รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์ – บำรุงสุข และรับใช้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกกรณีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกด้วย

ขอขอบคุณ
พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์
รอง ผบช.ภ.4
สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร