ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ตรวจเยี่ยมและประชุมเร่งรัดติดตามคดีสำคัญในพื้นที่ สภ.ตาคลี

0
19

ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ตรวจเยี่ยมและประชุมเร่งรัดติดตามคดีสำคัญในพื้นที่ สภ.ตาคลี
วันที่ ๑๘ ต.ค.๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น.
พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์
ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ตาคลี และประชุมเร่งรัดติดตามคดีสำคัญในพื้นที่ของ สภ.ตาคลี โดยมี พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครสวรรค์ และ พ.ต.อ.ปรีชา สนิทม่วง ผกก.สภ.ตาคลี พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ อยู่ปฏิบัติหน้าที่และให้การต้อนรับ จึงได้กำชับการปฏิบัติ ดังนี้

๑. กำชับการรายงานเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ และเหตุที่ต้องรายงานด่วน ที่ต้องรายงานตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๑๘ บทที่ ๑ โดยเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที ทางโทรศัพท์หรือการสื่อสารอื่นใดที่เร็วกว่า และให้จัดทำแบบรายงานภายในวันรุ่งขึ้น(แบบที่ ๑), เมื่อครบ ๗ วัน ให้รายงานเพิ่มเติม(แบบที่ ๒), เมื่อครบกำหนด ๓๐ วัน ให้รายงานเพิ่มเติม(แบบที่ ๓) ทุก ๓๐ วัน จนกว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ อย่างเคร่งครัด
๒. เร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่ ๔๕๑/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๗ ต.ค.๖๔ ของ สภ.ตาคลี ผู้ต้องหา นายชำนาน เอี่ยมจันทร์สอาด อายุ ๒๐ ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ที่ ๒๔๓/๒๕๖๔ ลง ๘ ต.ค.๖๔ และนายกิตติพงษ์ ฉิมช้าง อายุ ๒๓ ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ที่ ๒๔๔/๒๕๖๔ ลง ๘ ต.ค.๖๔ ข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่ ๓๗ ซอยสารภี ๑ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จว.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ ๖ ต.ค.๖๔ เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. โดยให้ดำเนินการสืบสวนเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดี รวบรวมพยานหลักฐานในคดีให้ครบถ้วนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และปฏิบัติตามข้อกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง
๓. ให้ดำเนินการขยายผลการจับกุมและเร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่ ๔๕๗/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๕ ต.ค.๖๔ ของ สภ.ตาคลี ผู้ต้องหา ๑.นายโซ ซุย อายุ ๓๔ ปี สัญชาติ เมียนมาร์ ๒.นายกัน ตู อายุ ๓๘ ปี สัญชาติ เมียนมาร์ ๓.นายตาน ทูน อายุ ๔๕ ปี สัญชาติ เมียนมาร์ ๔.นางมิท เอ อายุ ๓๙ ปี สัญชาติ เมียนมาร์ ๕.นายเค มอน อายุ ๒๐ ปี สัญชาติ เมียนมาร์ ๖.นายตัน อองซอ อายุ ๑๘ ปี สัญชาติ เมียนมาร์ และ ๗.นายสด ถาวร อายุ ๔๖ ปี สัญชาติ ไทย ข้อหา ผู้ต้องหาที่ ๑-๔ เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยใบอนุญาตสิ้นสุด ผู้ต้องหาที่ ๕-๖ เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาที่ ๑-๗ กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา ๙ ฉบับที่ ๒๔ ข้อ ๘ ว่าด้วยการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ผู้ต้องหาที่ ๑-๗ กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ที่ ๔๗๒๙/๒๕๖๓ ข้อ ๒ ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เหตุเกิดที่ บริเวณริมถนนภายในไร่อ้อย บ้านหนองปืนแตก ต.หนองโพ อ.ตาคลี จว.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ ๑๕ ต.ค.๖๔ เวลาประมาณ ๑๓.๓๐ น. โดยรวบรวมพยานหลักฐานในคดีให้ครบถ้วนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และปฏิบัติตามข้อกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง
๔. ให้ดำเนินการเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไปสู่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือกลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือในการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทุกกรณีอย่างเฉียบขาด
๕. เตรียมการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ห้วงระหว่างวันที่ ๒๐-๓๑ ต.ค.๖๔ โดยการควบคุมและสั่งการ ให้ใช้ศูนย์ปฏิบัติการและควบคุมสั่งการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม(Command and Control Operation Center : CCOC)​ ในระดับ สภ. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการปฏิบัติตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๖. การประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “แทนใจ” แอปสวัสดิการเพื่อข้าราชการตำรวจ ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ต้องการเปลี่ยนระบบสวัสดิการและฐานข้อมูลกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่ระบบดิจิทัล และเชื่อมข่าวสารสำคัญรวมถึงสิทธิสวัสดิการ ส่งถึงข้าราชการตำรวจทุกนาย เพื่อพัฒนายกระดับสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัว ได้เข้าถึงและได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้น
๗. การปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด อบายมุข และการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาด
๘. กวดขันระเบียบวินัย ความประพฤติ และการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัด ตามคำสั่ง ตร.ที่ ๑๒๑๒/๒๕๓๗ ลง ๑ ต.ค.๓๗ โดยผู้บังคับบัญชาต้องควบคุม ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย วินัย และจรรยาบรรณของตำรวจโดยเคร่งครัด
๙. ให้ใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙(COVID-19) อย่างเข้มงวด ตามหลักการของกระทรวงสาธารณสุข, การควบคุมพื้นที่เสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคฯ และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙(COVID-19) อย่างใกล้ชิด
๑๐. การประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวมีความเข้าใจในเรื่องการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙(COVID-19) อย่างถูกต้อง และเร่งดำเนินการให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวรับวัคซีนฯ โดยเร็ว
๑๑. ตรวจสอบติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในพื้นที่ ที่อาจก่อความไม่สงบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
๑๒. กำชับในการตรวจป้องกันการลักลอบนำแรงงานต่างด้าว ขนย้ายเข้าออกนอกพื้นที่ เน้นให้จับกุมผู้นำพาและขนย้าย
๑๓. การตรวจสอบและรักษาอาวุธ สิ่งของของทางราชการอย่างเคร่งครัด
๑๔. การปฏิบัติตามแนวทางการยกระดับการบริการประชาชนของสถานีตำรวจ
๑๕. การฝึกฝนข้าราชตำรวจในการเผชิญเหตุ และปฏิบัติตามหลักยุทธวิธีที่เหมาะสม
๑๖. การปฏิบัติตามแนวนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ภ.๖