แป๊ะเจี๊ยะ” กับทางเลือกพ่อแม่นักเรียน

0
23

“แป๊ะเจี๊ยะ” กับทางเลือกพ่อแม่นักเรียน.!!

ถ้าพูดถึงวงการการศึกษาไทยในช่วงนี้ ก็คงไม่มีข่าวอะไรที่เป็นกระแสร้อนไปกว่าคำว่า “แป๊ะเจี๊ยะ” ช่วงระยะนี้ที่มีการเลื่อนระดับชั้นของนักเรียน ผู้ปกครองที่มีฐานะดี อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนดังได้โดยกระบวนการยัดเงิน หรือจะเรียกให้เพราะว่าอะไร ก็ตามแต่ที่จะสรรหามาพูด

“แป๊ะเจี๊ยะ” เป็นคำที่มีความหมาย ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่ายเงินเพื่อความสะดวกสบาย เพราะเป็นส่วนที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องตระเตรียมไว้ให้เจ้าหน้าที่ที่มักมารีดไถ.!?เพื่อตัดปัญหา แบบว่าปนรำคาญเล็กๆ ประมาณว่า เงินให้สุนัขมันรับประทานจะได้จบๆไป ทำนองนั้น..ฮ่าฮ่า.!? กลายเป็นเชื้อตัวร้ายที่ได้ฝังรากลึกในนิสัยคนไทย ยิ่งมารวมกับระบบอุปถัมภ์ของเจ้าขุนมูลนายด้วยแล้วก็ทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นจนถอนรากดึงโคนไม่ออกสักที จนไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นเรื่องของ ครู กับลูกศิษย์ได้จริง.!?เพราะเหตุผลพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ มีสังคมดีๆ ไม่อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนเล็กๆ
เงิน “แป๊ะเจี๊ยะ” จึงแทรกซึมและกลายเป็นกระบวนการหนึ่งในขั้นตอนของระบบการศึกษา อาจมีชื่อเรียกให้สวยหรูอยู่หลายชื่อตามแต่โรงเรียนจะสรรหาคำให้ไพเราะเสนาะหู.!???แต่ขบวนการเรียกรับเงินนั้นไม่ได้มีหลายรูปแบบ รูปแบบก็จะเหมือนเหมือนกัน โดยประเภทแรกที่รู้จักกันดีก็คือ “เงินบนโต๊ะ” หรือ “เงินสนับสนุนการศึกษา” หรือจะเรียกว่าเงินสำหรับผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียนก็ได้.! ซึ่งเงินที่ได้นี้ถือว่าเป็นเงินสะอาดและถูกกฎหมาย

เงินในลักษณะนี้หากมีการบริหารจัดการที่ดีก็จะเข้ามาเป็นเงินของโรงเรียน โดยเรียกว่า “เงินนอกงบประมาณ” แต่หากเงินไม่เข้ากับทางโรงเรียนจริงๆ ก็จะเข้าไปอยู่ในกระเป๋าผู้บริหาร เราจึงเห็นได้ว่าในโรงเรียนใหญ่ๆ จะมีการวิ่งเต้นเพื่อเข้าเป็นผู้อำนวยการกัน บรรดาโรงเรียนรัฐทั้งหลายก็มักมีไว้เพื่อเปิดช่องให้เศรษฐีใจบุญได้สร้างกุศลต่อโรงเรียน ด้วยการบริจาคเงินเข้ามา ซึ่งจะอัตราเท่าใดก็แล้วแต่ทางโรงเรียนจะกำหนด แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า เด็กที่จะเข้าไปในรูปแบบนี้ โดยเฉพาะกับโรงเรียนใหญ่ๆ ที่มีการแข่งขันกันสูง.!?? โดยฝ่ายผู้รับจะเป็นผู้กำหนดตัวเลขว่าอยากได้สักเท่าไหร่ ซึ่งจำนวนก็มีตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน หรือบางที่แย่งกันเข้า ก็ถือโอกาสเรียกเงินกันถึงหลักหลายๆแสนทีเดียว.! ฉะนั้นจึงเป็นเครื่องรับประกันได้อย่างดีเยี่ยมว่า ก็ต้องใช้เงินนี่แหละเป็นใบเบิกทาง.!

มันเหมือนเป็นธรรมเนียมที่ทำสืบต่อกันมา อย่างเป็นทางการเลยว่า “ข้าพเจ้าผู้ปกครองของเด็กคนนี้มีความประสงค์” จะบริจาคเงินสนับสนุนการศึกษาเป็นเงินจำนวนเงินเท่าไหร่ หากบุตรได้รับการคัดเลือกเข้าเรียน แล้วก็ใส่ซองไปยื่น คือตรงนี้เขาไม่ได้บอกกัน..!ทั้งนี้ทางโรงเรียนก็จะออกเกียรติบัตรแสดงความขอบคุณในการบริจาคทรัพย์สนับสนุนการศึกษา ให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและถูกต้อง จะเกิดความโปร่งใสกับเงินจำนวนนั้นๆ

คงต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่อง “แป๊ะเจี๊ยะ” ที่เกิดขึ้น มาจากความหวังดีของผู้ปกครองเป็นส่วนใหญ่ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อแม่ทุกคนล้วนต้องการเลือกสรรสิ่งดีๆ ให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและมีสภาวะแวดล้อมที่ดี.! คือสาเหตุที่ฝ่ายผู้ปกครองต้องกระเสือกกระสนให้ลูกเข้าโรงเรียนที่ดีที่สุด ที่ตนเองมีปัญญาส่งเสียได้โดยไม่เลือกวิธีการ.!????ฝากถึงท่าน “ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ”คนใหม่ ว่าตอนนี้มีข่าวหนาหูมีโรงเรียนย่านห้างดังแถวลาดพร้าวมีการรับ “….” เพื่อแลกกับการฝากลูกเข้าโรงเรียนจึงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาท่านช่วยเข้าไปตรวจสอบเข้มงวดกวดขัน ว่าข่าวที่ลือนั้นเป็นข่าวจริงหรือไม่..!???เพื่อความกระจ่างไห้กับสังคม.!

!!พญาต่อ!!