“โฆษก ตร.เผย นายไชย์พลฯ มีหมายจับ ไม่จับถือว่าเข้าข่ายผิด 157 !!

0
11

“โฆษก ตร.เผย นายไชย์พลฯ มีหมายจับ ไม่จับถือว่าเข้าข่ายผิด 157 !!

ด้วยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ได้จับกุมตัวนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร, ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย, และกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป ต่อมาสื่อมวลชนอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ หรือรับมอบตัว นั้น

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ได้เข้าแสดงหมายจับ และจับกุมตัวนายไชย์พล ได้บริเวณโถงชั้นล่าง อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) จากนั้นได้ควบคุมตัวนายไชย์พล ส่งพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา และลงบันทึกประจำวัน ก่อนส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.กกตูม จ.มุกดาหาร และยืนยันว่ากรณีนายไชย์พล เป็นการจับกุมตัวตามหมาย ไม่ใช่การรับมอบตัวแต่อย่างใด

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การที่ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว หรือการจับกุมตัว ไม่ได้มีผลในทางกฎหมาย เนื่องจากผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ จะมอบตัวหรือจับกุมตัว ก็ต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหา และมีสภาพเป็นผู้ต้องหาอยู่แล้ว แต่การมอบตัว ฝ่ายผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้อง อาจยกขึ้นเป็นเหตุผลในการขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีเหตุผลในเรื่องการไม่มีพฤติกรรมหลบหนี แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน หรือของศาลแล้วแต่กรณี

อย่างไรก็ตามตำรวจที่จับกุมนายไชย์พล มีอำนาจและหน้าที่ในการจับกุมตามหมายอยู่แล้ว หากพบเห็นนายไชย์พล ปรากฎตัวต่อหน้า แล้วไม่ดำเนินการจับกุม อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่