ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

0
13

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดินครบรอบ 58 ปี เพื่อระลึกถึงวันก่อตั้งกรมพัฒนาที่ดิน(พด.)ว่า กรมพัฒนาที่ดินถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการที่ดินและการพัฒนาฟื้นฟูปรับปรุงดิน เพื่อใช้ประโยชน์ทีดิน โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาเพิ่มคุณภาพของที่ดินเพื่อประกอบอาชีพเกษตร ให้ความรู้ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดระยะเวลา ที่เข้ามาดูแล กรมพัฒนาที่ดิน ถือเป็นหน่วยงานที่มีสมรรถณะสูง แก้ปัญหา สร้างความสุขให้เกษตรกร
ทั้งนี้ช่วงนี้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศเกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับมีกลุ่มแรงงานบางส่วนกลับภูมิลำเนา หันหน้าเข้าสู่อาชีพเกษตร ทำให้เจ้าหน้าที่ของพด.และหมอดินอาสาต้องทำงานอย่างหนัก จัดหาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาให้เกษตรกรทั้งรายเดิม รวมทั้งเกษตรกรรายใหม่ที่กลับสู่ภูมิลำเนา ดูแลเกษตรกร เสมือนเพื่อน ญาติ ที่เราหมั่นดูแลอยู่ตลอดเวลา
“เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในหลายๆพื้นที่ โดยจะต้องสำรวจความเดือนร้อนเกษตรกรในหลายๆจังหวัด เพื่อหาแนวทางเร่งวางแผนแก้ปัญหา วิกฤตน้ำ ผลผลิตภาคเกษตรตกต่ำ อาทิจังหวัดนครนายก ที่กำลังประสบปัญหาการปลูกไผ่ ทุเรียนราคาตกต่ำ จ.ปราจีนบุรี ทุเรียนแปลงใหญ่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จ.นครปฐม ปัญหากล้วยไม้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประสบปัญหาการส่งออก รวมทั้งพื้นที่จ.ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ที่สวนมะพร้าว ส้มโอกำลังประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงด้านการตลาด”
น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า พด.ก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2506 ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุกปีจะมีการจัดพิธีเฉลิมฉลอง เพื่อรำลึกถึงความสำคัญ โดยบุคลากรทั่วประเทศจะเข้าร่วม นำผลงานทางวิชาการ การจัดการดินจากสถานีพัฒนาที่ดิน และหมอดินนำมาแสดง มีการจัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคลากรรวมทั้งหมอดินอาสาทั่วประเทศ ทิศทางการขับเคลื่อนกรมพัฒนาที่ดินให้ดำเนินงานบรรลุเป้าหมายอย่างสำเร็จ การใช้ที่ดินอย่างมั่นคง การกำหนดวิสัยทัศเป็นองค์กรอัฉริยะทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570 เพิ่มทักษะดิจิทัล นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการปฎิบัติงานให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและวิถีของเกษตรกร เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วย Big Data Ai E-Service และ Application เชื่อมโยงการทำงานแบบกลุ่ม ทำงานเชิงรุกอย่างคล่องแคล่ว ปรับตัวเร็ว มีความยืดหยุ่น ส่งผลต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ