กาญจนบุรี ชมคลิปชีวิตความยากลำบากของแรงงานต่างด้าวขณะหลบหนีเข้าเมืองกลางป่าสังขละบุรีเดินเท้า 2 วัน 2 คืนตามล่าหาฝันในเมืองไทยแถมโดนหลอก

0
103

 

กาญจนบุรี ชมคลิปชีวิตความยากลำบากของแรงงานต่างด้าวขณะหลบหนีเข้าเมืองกลางป่าสังขละบุรีเดินเท้า 2 วัน 2 คืนตามล่าหาฝันในเมืองไทยแถมโดนหลอก

//////////////////////////////////
สิ้นเสียงปืนนัดแรกของเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ซึ่งนำโดย ร.ท.ศุภกฤต ทรัพย์เจริญ ผู้บังคับหมวดหมวด ลาดตระเวนหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ทีมงานอีก 4 คน ซึ่งประกอบด้วย จ.ส.อ.อนุพงษ์ วัชรการุณย์ หัวหน้าชุดปฎิบัติการสายตรวจทางน้ำหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้าฯ(จุด วัดจมน้ำ) ส.อ.พงษ์ดนัย จันทะแก้ว หัวหน้าชุดลาดตรเวนพลทหาร อิทธิพงศ์ กองแก้ว พลปืนเล็ก
ส่งผลให้แรงงานชาวเมียนมา ที่พยายามวิ่งหลบหนีการจับกุมต้องหยุด ภาพแรงงานทั้งหญิงและชาย ซึ่งมีทั้งมอญ พม่า กะเหรี่ยง รวมทั้งโรฮิงญา ทยอยเดินลงมาจากเนินเขามาที่ละคน 2 คน ภายหลังจากรู้ว่าไม่สามารถหนีต่อไปได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คน พยายามตะโกนให้แรงงานงานหยุดวิ่ง สลับกับเสียงปืน ที่ยิงขึ้นฟ้า เพื่อยุติการหลบหนี
ใช้เวลากว่า 30 นาที แรงงานจำนวนกว่า 30 คน รวมตัวกันโดยมีเจ้าหน้าที่คุมเชิง ขณะที่ ร.ท.ศุภกฤต ทรัพย์เจริญ เริ่มต้นการสอบสวนหาข้อมูล ของผู้นำพา เส้นทางการเดินทาง และ จุดหมายปลายทางของแรงงานทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนเริ่มบันทึกชื่อ อายุ ที่อยู่ ค่าใช้จ่าย ของแต่ละคน โดยแยกเป็น จังหวัดที่มาของแรงงานทั้งหมด โดยพบว่าแรงงานทั้ง 32 คน มาจากหลายพื้นที่ในเมียนมา เช่น เมืองมะละแหม่ง พะโค เย จาเองเซจี ผาอัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรัฐกะเหรี่ยง และ รัฐมอญ ซึ่งใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ช่องทางด้านเจดีย์สามองค์
น.ส.โม.นามสมมุติ 1 ในแรงงานฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาถึง มีแรงงานต่างด้าว ตรงจุดนี้ทั้งหมด 75 คน โดยตนเองและเพื่อน ทั้งหมด75 คน เดินทางมาจาก เมืองพยาตองซู เมียนมาบ่ายของวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ผ่านเส้นทางบ้านบ่อญี่ปุ่น(ในเมียนมา) ก่อนจะเดินทางลัดเลาะป่าเขามายังบริเวณริมแม่น้ำซองกาเลีย (ประเทศไทย) ในพื้นที่บ้านซองกาเลีย หมู่ที่ 8 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงดึก ก่อนที่จะมีรถยนต์มารับ ออกจากริมน้ำก่อนส่งชายป่าอีกครั้ง ก่อนทั้งหมดจะค้างแรมกลางป่า เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้นำทางได้พาเดินลัดเลาะป่าเขา เพื่อหลบหลีกการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางแดดที่ร้อนในตอนกลางวัน ฝนที่ตกในช่วงเย็นถึงค่ำ ก่อนจะเดินทางมาถึงจุดที่เจ้าหน้าที่มาพบ ในช่วงเวลา 0.2.00 น ของวันที่ 1 พฤษภาคม โดยทุกคนต้องนอนกลางป่าในสภาพที่เปียกปอน ตลอดการเดินทาง มีคนคอยส่งอาหารให้ตามจุดที่นัดหมายกลางป่า เช่นเดียวกับวันนี้ โดยผู้นำพาทั้งหมดปิดหน้าปิดตาเพื่อไม่ให้พวกตนจำได้ ใช้พาษามอญและพม่าในการสื่อสาร โดยผู้นำพา 1 คน จะดูแลพวกตนประมาณ 10-12 คน
โดยโทรศัพท์ของทุกคนจะถูกคนนำพายึดไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้ามา ตนเองและเพื่อนกำลังนอนพักผ่อน โดยมี 1 สมาชิกคนนำพาคอยเฝ้าอยู่ในเปล ส่วนพวกตนก็ใช้พลาสติกที่กันฝนมาปูนอน บางคนก็ใช้ใบไม้ในป่ามาปูนอน ส่วนน้ำดื่มก็ดื่มน้ำจากลำธารกลางป่า ที่ผู้นำทางไปนำมาให้โดยรอบๆพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบร่องรอย การพัก ถุงใส่อาหาร ขวดน้ำกระจายอยู่หลายจุด คาดว่าที่ผ่านมามีแรงงานจำนวนไม่น้อยที่ถูกลักลอบพามาในเส้นทางนี้ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ห่างจากหมู่บ้านทิโคร่ง หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และถนนสาย 323 สังขละบุรี-ทองผาภูมิประมาณ 2.5 กม.
เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าเขาได้บอกไหมว่าจะมารับออกจากป่าตอนไหน น.ส.โม บอกว่าไม่รู้ เขาไม่ได้บอก บอกแค่ให้รอ
กลางป่า ซึ่งเต็มไปด้วยยุง และสัตว์ร้ายในเวลากลางคืน ทั้งที่ตอนติดต่อนายหน้าชาวเมียนมา ในเมืองพยาตองซู บอกว่าต้องเดินเพียง 40 นาที แล้วนั่งรถไปจนถึงจุดหมาย ทำให้ทุกคนตัดสินใจมา ถ้ารู้ว่ามาแล้วต้องเดินตลอด 2 วัน 2 คืน ตนก็คงไม่มา เนื่องจากลำบากมาก เพื่อนๆบางคนได้รับบาดเจ็บจนเดินแทบไม่ไหว ที่สำคัญจะถอยหลังกลับก็ไปไม่ถูก เพราะเต็มไปด้วยป่าเขา โชคดีที่เจ้าหน้าที่มาพบ ส่วนตัวตนเองคงไม่กลับมาแล้ว ถ้าต้องลำบากเช่นนี้..เสียง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารต้องพาแรงงานทั้ง 32 คน เร่งเดินทางออกจากป่าท่ามกลางความมืดและฝนที่ตกลง ใช้เวลานายกว่า 1.5 ชั่วโมง ก่อนถึงบ้านทิโคร่ง ซึ่งเป็นจุดนัดหมายให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง นำรถยนต์มารับตัวส่งไปยัง จุดจำหน่ายสินค้า otop อำเภอสังขละบุรี ซึ่ง อำเภอสังขละบุรี ใช้เป็นที่รองรับ ก่อนทำการผลักดันแรงงานทั้งหมดกลับประเทศต้นทางผ่านช่องทางธรรมชาติต่อไป ตามคำสั่ง นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งปัจจุบันปัญหาแรงงานเมียนมาที่ทะลักเข้ามาในประเทศ ผ่านช่องทางธรรมชาติ ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี กำลังกลายเป็นปัญหา เนื่องจากข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงพบว่า ทุกวันจะมีแรงงานลักลอบเข้าเมืองเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 100 คน ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา มีทั้งน้ำ เส้นทางเดินป่า ถนน ให้เลือกใช้ จึงเป็นปัญหาในการป้องกัน จับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญงบประมาณในการทำงานที่จำกัด จึงส่งผลให้ที่ผ่านมา บางหน่วยงานใส่เกียร์ว่าง เนื่องจากชาติขาดแคลนงบประมาณและกำลังคน ในการทำงาน ขณะที่สถานการณ์การเมืองในเมียนมาที่นับวันจะทวีความรุนแรง เป็นตัวเร่งผลักดันให้เรงงานเหล่านี้ ทิ้งถิ่นฐานมาเสี่ยงตายในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกขณะ
เกษร เสมจันทร์ กาญจนบุรี