# “ปัจจัยชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะความยากจน”# .หมอพลเดช” สมาชิกวุฒิสภาโฆษก คณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหา”ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ” วุฒิสภา

0
20

# “ปัจจัยชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะความยากจน”#

.หมอพลเดช” สมาชิกวุฒิสภาโฆษก คณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหา”ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ” วุฒิสภา

ได้ประมวลประเด็นที่เป็นเหตุปัจจัยความสำเร็จในการแก้ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำจากหลายกรณีศึกษา รวมทั้งโครงการแก้จนแบบพุ่งเป้าของประเทศจีนและนโยบายแก้ปัญหาความยากจนของประเทศอินเดีย สรุปประเด็นที่หนุนเสริมความสำเร็จรวม 25 ปัจจัย ดังนี้
.
1. เกษตรกรรมเป็นอาชีพพื้นฐานที่มีศักยภาพสูง ช่วยแก้ความยากจนระดับครัวเรือนและชุมชนชนบท
.
2. ที่ทำกิน ทรัพยากรดิน-น้ำการเกษตร เป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับอาชีพ คุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน
.
3. อาชีพและรายได้เสริมจากภาคนอกไร่นาเป็นปัจจัยสำคัญ เช่น ค้าขาย บริการ ศิลปหัตถกรรม ช่างฝีมือ ท่องเที่ยว แปรรูป ฯลฯ
.
4. การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการประกอบอาชีพ อาจเป็นแหล่งทุนในชุมชน ท้องถิ่นและสถาบันการเงิน
.
5. การเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยีเป็นหลักประกันในการขายผลผลิต แรงงานและบริการอื่น มีโอกาสรับความรู้ ข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่ออาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต
.
6. ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ดีและเศรษฐกิจชุมชนที่แข็งแรง จะเอื้อต่ออาชีพ รายได้และเศรษฐกิจครัวเรือน
.
7. โครงการพัฒนาในพื้นที่ไม่ว่ามาจากหน่วยงานใด จะมีส่วนเอื้อต่อระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น-ชุมชน
.
8. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้ชุมชนปรับเปลี่ยนวิธีคิด มุมมองและพฤติกรรมใหม่ในการดำรงชีพและการทำมาหากิน มีแรงบันดาลใจ ความหวัง และความสุข
.
9. สาธารณูปโภคพื้นฐาน น้ำสะอาด (ประปา) และพลังงานไฟฟ้า ช่วยให้มีผลผลิตการเกษตรและรายได้ดีขึ้น
.
10. ความสงบสันติในชุมชนมีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกครัวเรือน พื้นที่ขัดแย้งไม่สงบย่อมไม่มีหลักประกันความยั่งยืนในการพัฒนา
.
11. ตัวชี้วัดเป้าหมายที่บ่งบอกภาวะ ”การหลุดพ้น” จากสภาพครัวเรือนยากจนอย่างเป็นรูปธรรม สำคัญต่อการติดตามความก้าวหน้าและใช้ประเมินตนเอง
.
12. ประชาธิปไตยชุมชน เป็นเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ประกอบด้วย ประชาธิปไตยแบบ “มีส่วนร่วม” และ ประชาธิปไตย ”ทางตรง”
.
13. การแข่งขันทางการเมืองในท้องถิ่น เป็นตัวแปรสำคัญของความรักสามัคคีหรือความแตกแยกในชุมชน
.
14. พันธมิตรจากภายนอกมีบทบาท”หนุนเสริม” หรือ “เหนี่ยวนำ” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนท้องถิ่น
.
15. กระบวนการและกลไกสนับสนุนแบบพหุภาคี หรือ แบบประชา-รัฐ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุน
.
16. การเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นการเกษตรผสมผสาน ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ แก้ปัญหาหนี้สิน
.
17. เศรษฐกิจเบิกนำ หมายถึงผลผลิต สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่โดดเด่นของท้องถิ่นที่มีศักยภาพมากจนสามารถบุกเบิกและนำพาพืช-สัตว์เศรษฐกิจตัวอื่นๆได้ เช่น มะขาม มะม่วง กล้วย ทุเรียน โคขุน ฯลฯ
18. ในทุกชุมชนที่เข้มแข็ง มักจะพบว่าสิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมการจัดการของชุมชนที่โดดเด่น
.
19. ระบบสวัสดิการชุมชน เป็นกระบวนการจัดการตนเองที่มักพบในทุกชุมชนเข้มแข็ง มักทำงานเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย
.
20. กลไกบูรณาการงานสนับสนุนชุมชนเข้มแข็งที่มาจากภายนอกทุกกระทรวง ที่ “ตำบล” เป็นระดับที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปได้มากที่สุด
.
21. ความรักสามัคคีเป็นปึกแผ่นในชุมชนท้องถิ่น เป็นฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีคุณค่ายิ่งต่องานพัฒนา
.
22. นโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า ช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพการบรรลุเป้าหมาย
.
23. “พี่เลี้ยงการพัฒนา” อาศัยคนแข็งแรงจับคู่ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอก เป็นวิธีการเพิ่มความแม่นยำแก้ปัญหา
.
24. UNDP จีน อินเดีย และไทย ต่างก็ใช้เส้นวัดความยากจน (Poverty line) ในการระบุพื้นที่ยากจน-ด้อยโอกาส เพื่อกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนา
.
25. จีน อินเดีย และไทย รวมทั้งข้อเสนอแนะจาก UNDP ต่างให้ความสำคัญต่อการมีนโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาคที่เอื้อต่อฐานราก แก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างของพื้นที่เป้าหมาย
.
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 3 เม.ย. 2564