เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมตัว นายประวิท หรือต่อ เกตุสกุล อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152/17 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองยาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 963/2550 ลงวันที่ 2 กันยายน 2550 ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันฝังซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 1 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 41 (ศรีตะบันต์) ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2550 เวลา 13.30 น. จับกุมที่ ริมถนนสาธารณะ หมู่ที่ 8 ถนนอู่ทอง ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563
พฤติการณ์ในคดี น.ส.นุสรา หรือนุส ก้อนเจริญ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายเชาว์ มาขุนทด ผู้ต้องหาที่ 2 รู้ว่านายธีระศักดิ์ ธีระชิต ผู้ตาย ห้อยพระเครื่องที่มีมูลค่าสูง จึงวางแผนเข้าปล้นพระโดยทำทีเป็นติดต่อขอเช่าพระเครื่องดังกล่าวในราคาองค์ละ 8 ล้านบาท โดยวันเกิดเหตุ น.ส.นุสราฯ, นายเชาว์, และนายธานี หรือยอด ซ่อนกลิ่น ผู้ต้องหาที่ 3 ได้เข้าไปที่บ้านพักที่เกิดเหตุทำทีเป็นขอดูพระ โดยนายเชาว์อาศัยโอกาสที่นายธีระศักดิ์ฯเผลอใช้ค้อนทุบหัวจนเสียชีวิต แต่บังเอิญนางรัชนี ธีระชิต แม่ของผู้ตายเข้ามาเห็นจึงโดนฆ่าอีกหนึ่งศพ จากนั้นจึงได้พากันนำศพของทั้งสองคนขึ้นรถตู้ที่มีนายสันติ หรือใหม่ จำนงผล ผู้ต้องหาที่ 4 เป็นคนขับ และนายประวิท หรือต่อ เกตสกุล ผู้ต้องหาที่ 5 ซึ่งนั่งรออยู่ที่รถ จากนั้นได้พากันไปที่ วัดใหม่หนองโสน จว.ชัยภูมิ เพื่อนำศพไปเผา โดยได้ว่าจ้างนายบุญส่ง สิงห์ครอง ผู้ต้องหาที่ 6 ซึ่งเป็นสัปปะเหร่อของวัดดังกล่าวเพื่อนำศพไปเผา แต่ถูกชาวบ้านพบเห็นก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ 3, 4, และ 6 ได้ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ต่อมาวันที่ 17 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนจังหวัดนนทบุรี ได้ดำเนินการจับกุมนายประวิทฯผู้ต้องหาที่ 5 ได้ที่ริมถนนสาธารณะ หมู่ที่ 8 ถนนอู่ทอง ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2562 ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ ณ ตำรวจภูธรภาค 1