คอลัมน์เรื่องจริงกับ”พญาต่อ“ทายาทกระทิงแดง”อัยการ-ตำรวจ “จบ” แต่ประชาชน ไม่จบ.!!


ทำดีได้ดี มีที่ไหน.!ทำชั่วได้ดี มีที่ไทย.!??ยิ่งอัปรีย์ จัญไร ยิ่งได้ดี.!?(ยุติธรรมในมือมาร)เมื่อทนายแผ่นดินสิ้นคิด.!?พ่ายแพ้อิทธิฤทธิ์มหาเศรษฐี.!บิดเบือนกฎ-บดบังกรรมวิธี.!ยุติธรรมก็ป่นปี้ในมือมาร.!กระบวนการยุติธรรมต่ำเตี้ย.!กฎหมายอ่อนเปลี้ยเสียฐาน.!คนถือกฎ มดเท็จ อหังการ.!ยุติธรรมอันตรธาน ความเท่าเทียม.!

“หาใช่คำพูดที่เพียงให้ดูเท่ห์” อีกต่อไป หากแต่จากเหตุการณ์ข่าว.!การที่สั่งไม่ฟ้องคดี “บอส”(นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง) สร้างความเคลือบแคลงใจประชาชนด้าน “สุจริต-เที่ยงธรรม” ต่อกระบวนการกฎหมายและยุติธรรมอย่างมาก.! สังคมไทยไม่เคยตั้งข้อกังขาต่ออัยการขนาดนี้มาก่อน.!การที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง.!และ ตำรวจไม่แย้งคำสั่งครั้งนี้ ไม่เพียงนำมาซึ่งความหยามหมิ่นและสิ้นสูญความเชื่อถือต่อองค์กรตำรวจและอัยการเท่านั้น.! ยังบั่นทอน “สถาบันอำนาจ” ในระบอบประชาธิปไตย ส่งผลกระทบถึง “สถาบันบริหาร” คือรัฐบาล“สถาบันตุลาการ” คือศาลอีกด้วย.!

ผบ.ตร.ก็เห็นดี-เห็นงามกับคำสั่งไม่ฟ้องอัยการ “ไม่เห็นแย้ง” ทำให้คดีทั้งหมดจบสิ้นเช่นนี้.!ไม่ต่างเอา “ตีนตบหน้า” ประชาชน เป็นเช่นนั้นจริงๆ.!การอำลาชีวิตข้าราชการตำรวจในตำแหน่ง ผบ.ตร.ของท่านต้องขออนุญาตใช้คำว่า “จบไม่สวย”.!?

“ตำแหน่ง” เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งในการทำงาน.! ส่วนตำนานนั้นเป็นเรื่องราวที่อยู่ในใจผู้คน.!อย่าเป็นผู้นำแค่ในตำแหน่ง.!แต่ขอให้เป็นผู้นำในตำนาน.!

“บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ต้องบอกว่า ถึงคราว “ทุกข์ซ้ำ-กรรมซัด-วิบัติ” เห็นไม่เกี่ยว ก็เหมือน “ต้องเกี่ยว” บิ๊ก”ตู่ท่านต้องออกมาทำหน้าที่“ดับไฟอธรรม” ที่อัยการกับตำรวจก่อขึ้น.!อัยการใช้อำนาจสั่งคดีได้.!มีอำนาจเหนือรัฐบาล เหนือรัฐสภา กระทั่งว่า เหนือตุลาการด้วยซ้ำ.!? เราจะใช้ชีวิตอยู่ในกรอบกฎหมายของประเทศไทยได้อย่างไร เมื่อแกนหลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเป็นที่พึ่งใหักับสังคมไทยได้ต่อไป.!

คดีนี้ ประชาชน “ยอมรับไม่ได้” ก่อนที่จะเป็นชนวนไปสู่เหตุการณ์อันยากจะคาดเดา.!เพราะประชาชนเห็นว่า.! ความยุติธรรมพอมีเหลือให้ประชาชน “ได้ยึด” เป็นที่พึ่งสุดท้ายในขณะนี้.!แต่สุดท้ายก็ถูกทำลาย.!(?)ด้วยคำสั่งย้อนแย้งกับข้อเท็จจริงที่สาธารณะชนรับรู้มาตลอดแต่ต้น.! ต้นน้ำของความยุติธรรมเริ่มที่ตำรวจ.!กลางน้ำที่อัยการ และปลายน้ำที่คำตัดสินของศาล.!เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ใครทำผิดแล้วจะถูกสั่งฟ้องหรือไม่ถูกสั่งฟ้องต่อศาล.! เพราะคนที่มีสถานะร่ำรวย ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมของระบบกฎหมาย.!และการใช้ดุลยพินิจของอัยการในการสั่งฟ้อง.! และ”คดีนี้”กำลังนำไปสู่ความเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ของการยอมรับอำนาจ “ตำรวจและอัยการ”.! ตำรวจมีอำนาจหน้าที่จับกุมสอบสวนทำสำนวนคดีส่งอัยการ.!การไม่สุจริตต่อหน้าที่ ไม่สัตย์ซื่อต่อการใช้กฎหมายในมือ.!ตำรวจต่างกับโจรตรงไหน.? “คดีธรรมดา” แต่ผู้ต้องหา “ไม่ธรรมดา” ตำรวจใช้เวลา 7-8 ปี กับอัยการ.!

ต่างฝ่าย-ต่าง “ปิดเงียบ”จนกระทั่ง สำนักข่าวต่างประเทศ CNN ออกข่าว คนในประเทศถึงได้รู้”คดีนายบอส”ถูกอัยการ-ตำรวจ “ย่องเบา” เรียบร้อยไปแล้ว.! “อัยการกับตำรวจ” ใช้อำนาจปิดคดีให้จบกันเอง.!แต่ดูเหมือน “ประชาชนไม่ยอมจบ”กับอัยการและตำรวจ” เสียแล้วตอนนี้.!

พล.อ.ประยุทธ์  “สถาบันตำรวจ” อยู่ในกำกับของท่าน โดยตรง.!ท่านจะอ้อมค้อมไม่ได้แล้ว คำว่า “ปฎิรูป” คือ รื้อทิ้งแล้วสร้างรูปแบบตำรวจใหม่ ต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรมจริงจัง.!ท่านจะปล่อย “คนชง” คือตำรวจ “คนเซ็นต์” คืออัยการ เป็นเจ้าเข้าครอง ชี้คนผิด-คนถูก, เอาคนเข้าคุก-ออกคุก ตามอำเภอใจ เกินล้ำ-ออกนอกขอบเขต อย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว.!

มีคำถามถึง “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ว่าคณะกรรมการ 2 ชุด คือ ชุดอัยการ (7 คน) และชุดตำรวจ (10 คน) ที่ตั้งขึ้นมาช่วงวันหยุดยาวนี้ จะช่วยบรรเทาความ “อับอาย-อึดอัด-คับข้อง และอารมณ์คุกรุ่น” ของสังคมไทย ได้หรือไม่.! มากน้อยเพียงใด และถ้าไม่ได้ ใครควรต้องทำอย่างไร.!?

สังคมไทยเบื่อหน่ายกับระบบคณะ “กรรมการ”เต็มทน.!โดยเฉพาะ  “กรรมการ” จากหน่วยเดียวกัน “สอบกันเอง” แต่ถ้าจะให้เห็นผลต้องใช้ “คณะกรรมการอิสระ ระดับชาติ.!ที่ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ “นอกองค์กรอัยการ” และ “องค์กรตำรวจ” อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง.!คณะกรรมการอิสระที่ประธานกรรมการต้องไม่ใช่อัยการหรือตำรวจ.!

แต่อย่างน้อยก็แสดงไห้เห็นว่า “บิ๊กตู่” ผู้นำประเทศได้ยินเสียงประชาชน.!รับรู้อารมณ์ความรู้สึกประชาชน.!มีปฏิกิริยาตอบสนองประชาชน.!ไม่ช้าเกินไป.!แต่เมื่อเทียบกับโรคแล้ว.! ต้องรักษามากกว่านี้ ถ้าต้องผ่าตัดก็ต้องผ่าตัด เนื้อใหนร้ายต้องตัดทิ้ง.! แม้อวัยวะถ้าจำเป็นต้องสละ.!เพื่อรักษาชีวิตก็ต้องตัดสินใจทำ.!? จึงจะเป็นการตอบโจทย์ได้รอบคอบและรอบด้าน.!เพื่อจะได้ให้กระบวนการยุติธรรมยังได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอยู่.!!

!!พญาต่อ!!