วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ พระพรหมบัณฑิต (ศ.ดร.) กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้รักษาการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแผ่พระพุทธศาสนา หัวหน้าพระธรรมทูตสาย ๗ เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร เป็นประธานเปิดการประชุมพระธรรมทูต พระนักเผยแผ่และครูสอนศีลธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี จัดขึ้น ณ ห้องประชุมสุดใจ ยโสธโร โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทองในพระราชูปถัมภ์ฯ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โอกาสนี้ พระพิศาลศึกษากร ดร. เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมต้อนรับและถวายสักการะ จากนั้น พระพรหมบัณฑิต (ศ.ดร.) ได้ปาฐกถาพิเศษย้ำให้ พระสงฆ์พระธรรมทูต นักเผยแผ่ นักเทศน์ ครูสอนศีลธรรม ต้องรู้จักการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์มาใช้ในการการเผยแผ่หลักธรรม เพื่อให้ความถึงคนในยุคสมัยใหม่ได้ เพื่อสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พร้อมกับเน้นว่า คำสอนในพระพุทธศาสนานั้นพระพุทธเจ้าได้เป็นผู้ก่อตั้งไว้ดีแล้วพุทธบริษัทไม่ต้องประดิษฐ์คำสอนใหม่ แต่ต้องสามารถสร้างนวัตกรรมประยุกต์คำสอนเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้นหรือทำให้เป็นรูปธรรมซึ่งเรียกว่า “พุทธนวัตกรรม” เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาสังคม

ในวันเดียวกันนี้ พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” รักษาการเจ้าคณะภาค ๗ เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร ได้บรรยายพิเศษ กระตุ้นพระนักเผยแผ่ในการเร่งชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้พุทธศาสนิกชนมีความเข้าใจวัตถุประสงค์หลักของการขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล ๕ คือ ๑. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ๒. เพื่อเสริมสร้างความปรองดอง สร้างความมั่นคง และความสงบสุขของชาติ ๓. เพื่อให้ประชาชนมีความสุข พร้อมกับ เน้นการขับเคลื่อนโครงการฯ ที่จะต้องเน้นเชิงคุณภาพ ให้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ในภาคบ่าย นางวิไล พรหมณี วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้บรรยายถวายความรู้แก่ พระสังฆาธิการ พระธรรมทูต พระนักเผยแผ่ ครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน เรื่อง แนวทางการสร้างความเข้มแข็งของ “บวร” เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนทุกๆ กิจกรรม ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมปลูกฝังคุณธรรม สร้างคนดี สังคมดี ให้ “คุณธรรมนำการพัฒนา” ที่มีความโดดเด่น ๓ ประการ กล่าวคือคนในชุมชนปฏิบัติ ตามหลักธรรมทางศาสนา ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมในการสร้างความเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกพลังบวรและกลไก ประชารัฐส่งเสริมและพัฒนาชุมชน
ภาพ-ข่าว สุรชัย ใจบุญ
ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรี