สหกรณ์หนองยายดาเจ๋งให้สมาชิกเลี้ยงควายกำไรงามแทนทำนาที่ขาดทุนคนอุทัยกินข้าวอุทัยควายอุทัยเลี้ยงคนอุทัยแก้ปัญหาเจอโรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด ทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างหนัก

นายสมนึก ศรลัมพ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่าสหกรณ์หนองยายดา ได้จัดซื้อควาย ให้สมาชิกไปเลี้ยง เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กลุ่มสมาชิก ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง พร้อมกับเจอปัญหาโรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด ทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างหนัก โดยสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด เป็นสหกรณ์เป็นสหกรณ์ที่มีสมาชิกทำนา และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งที่ของสหกรณ์ นั้นมีที่ดินว่างเปล่า จำนวน 92 ไร่ เหมาะสำหรับเลี้ยงควาย ซึ่งควายเป็นพืชเกษตรกิจที่ดีทีสุด โดยไม่ต้องหาตลาด โดยสหกรณ์ได้ไปส่งเสริมสมาชิก ปลูกแปลงหญ้าแพงโกล่า และนำควายไปเลี้ยง เพื่อเพิ่มรายได้ คือท่าฝนแรง น้ำท่วม ควายก็ยังอยู่ และขายได้ราคา และส่วนฟางที่สมาชิกเก็บเกี่ยวพืชผล สามารถนำฟางมาอัดเป็นก้อน นำมาขายให้สหกรณ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย

ซึ่งควายนั้นมีข้อดีหลายอย่างโดยจะขายไม่ต้องไปหาตลาด จะมีพ่อค้าหลายพื้นที่ แม้กระทั้งพ่อค้าต่างชาติ เช่นเวียดนาม จีน พม่า นั้นเข้ามาตระเวรซื้อเลย ซึ่งคิดว่าตลาดไม่หน้ากลัวในเรื่องราคา

ซึ่งสมาชิกท่านได้ ที่ต้องการนำควายไปเลี้ยง ขอให้มาสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด ได้เลย หลังจากสมัครเป็นสมาชิกเสร็จ ก็เข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ฟาร์ม แล้วมายืนดูเลือกดูควายกว่า 50 ตัว ชอบแม่ไหน ตัวไหนแล้วตีราคากัน หลังจากนั้นสมาชิกก็นำไปเลี้ยงที่บ้านไดเลย โดยสหกรณ์คิดอกเบี้ยต่ำ พอจะขายก็นำควายมาขายคืนให้สหกรณ์ก็ได้ หรือขายให้พ่อค้าที่อื่น ก็นำต้นทุนมาคืนให้สหกรณ์ พอหักต้นทุนมีกำไรสมาชิกก็นำเอาเงินคืนไป ซึ่งตอนนี้สหกรณ์ได้ซื้อพ่อควายพันธุ์ดีชื่อเจ้าเพชรอุทัย ราคา 2 แสน 5หมื่นบาทมาเป็นพ่อพันธุ์ พร้อมกับจำหน่ายน้ำเชื้อกระบือพันธ์ดี บริการผสมพันธุ์กระบือให้กับสมาชิกอีกด้วย

โดยภายฟาร์มของสหกรณ์นั้น มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จากอำเภอทัพทัน เข้ามาดูแลควายตลอด โดยก่อนที่จะปล่อยควายไปให้สมาชิกเจ้าหน้าที่ต้องขอดูควายก่อนว่ามีปัญหาเท้าเปลือย ปากเปลือยรึเปล่า พร้อมกับให้ความรู้กับสมาชิก ซึ่งปัจจุบันนี้ทางสหกรณ์ได้ปล่อยให้สมาชิกนำไปเลี้ยงกว่า 50 ตัวแล้ว ส่วนใหญ่จะปล่อยควายพันธ์ ไปให้เลี้ยง ส่วนผู้มีฐานะไม่คอยดี ก็จะปล่อยควายเนื้อ เลี้ยงไว้ขายได้เงินเร็ว

ซึ่งโครงการนี้สหกรณ์เราต่อยอดให้สมาชิกตลอดไป และเป็นธุรกิจของสหกรณ์ในอนาคต และยังยืน ซึ่งเป็นเกษตรประสมประสาน คือทำนาเลี้ยงควาย คือทำนาไม่ต้องทำหมด โดยเว้นไว้สักประมาณ 5 ไร่ ไว้สำหรับปลูกหญ้าแพงโกล่า และให้เลี้ยงสมัยใหม่โดยมีคอก ไม่ต้องไล่ลงทุ่งเหมือนสมัยก่อน ๆๆ คือปลูกหญ้าแพงโกล่า แล้วก็นำมาให้ควายกิน ซึ่งท่าหญ้าเหลือ ก็นำมาขายให้ควายของสหกรณ์ที่อยู่ในคอกได้อีกด้วย โดยไม่ต้องไปปลูกผัก ปลูกหญ้าให้ควายขายได้เลย ซึ่งต่อไปจะเป็นธุรกิจที่ดีมาก สำหรับเกษตรชาวอุทัยธานี ที่ทำนาทำไร่ประสบปัญหาขาดทุนมาตลอด

ซึ่งการที่สหกรณ์จะปล่อยควายให้สมาชิกแต่ละรายนั้นอยู่ที่เครดิต ของสมาชิกแต่ละท่าน แต่ที่ผ่านมาสมาชิกแต่ละรายนั้นสหกรณ์จะปล่อยควายไม่ต่ำกว่า 2 แม่พันธุ์ แต่ถ้าเป็นควายนุ่น ก็ประมาณ 7-8 ตัว ซึ่งสมาชิกเลี้ยงประมาณเดือน ถึง 2 เดือนก็ได้เงินคนละเป็นหมื่นแล้ว โดยทางสหกรณ์นั้นจะติดตามสมาชิกที่นำควายไปเลี้ยงตลอด

คือก่อนหน้าทางสหกรณ์นั้นเคยให้สมาชิกกู้เป็นเงินไปเป็นแสน ก็หมดแสน ไปซื้อควาย หลังจากนั้นขายควายนำเงินคืนมาคืนสหกรณ์ก็มาบ่นว่าขาดทุน ซึ่งตอนนี้ทางสหกรณ์จากการทีปล่อยเป็นเงิน เลยจากเงินมาเป็นควายแทน โดยสมาชิกมาต้องลงทุนอะไร มาดูควายในคอกชอบตัวไหนก็นำไปเลี้ยงได้เลย

ซึ่งอนาคตต่อไป ทางสหกรณ์นั้นจะต้องต่อยอดเลี้ยงควายอุทัยธานี ซึ่งเป็นควายที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย คนอุทัยอยู่ได้เพราะควายเพราะข้าว ซึ่งอุทัยธานีอาชีพที่เหมะทีสุดคือการเลี้ยงควาย ซึ่งตนเองได้สอบถามสมาชิกแต่ละรายที่นำเงินมาใช้กับสหกรณ์ส่วนใหญ่จะตอบว่าขายควายมาใช้หนีสะส่วนใหญ่ ส่วนทำนานั้นมีแต่เป็นหนี และขาดทุน ซึ่งตอนนี้สหกรณ์ได้เตรียมควายให้กับทีเป็นสมาชิก นำควายไปเลี้ยง จำนวน 50 แม่พันธุ์ ปัจจุบันสมาชิกก็มีมาเรื่อย ๆ มาคัดแม่พันธุ์แล้วนำไปเลี้ยง ซึ่งอนาคตต่อไปทางสหกรณ์ จะมีการจัดอบรมให้ความรู้กับสมาชิกที่นำควายไปเลี้ยงให้ถูกวิธี พร้อมกับให้หญ้าแพงโกล่าไปปลูกตามนาเพื่อเลี้ยงควาย พร้อมกับอนาคตข้างที่บริเวณนี้จะจัดเป็นตลาดนัดควายแหล่งใหญ่ให้พ่อค้าคนกลางที่มาหลายจังหวัด ทั้งนอกประเทศในประเทศเข้ามาซื้อขายด้วย และมีการจำหน่ายหญ้าให้ควาย พร้อมกับจัดเป็นสถานทีท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกี่ยวกับควาย

โดยนายสมนึก ศรลัมพ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด กล่าวต่อว่า โครงสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากหญ้าโดยระบบสหกรณ์ ของจังหวัดอุทัยธานี โดยส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงกระบือในระบบสหกรณ์ ตามแนวทางการเกษตรกรรมยั่งยืน โดยต้นทางนั้นส่งเสริมการเลี้ยงกระบือแบบรวมกลุ่มในฟาร์ม รวมสมาชิกยืมกระบือไปเลี้ยงตามแบบธนาคารสินค้าเกษตร ส่งเสริมการปลูกพืช ส่วนสมาชิก เลี้ยงกระบือไม่ต่ำกว่า 100 คน จำนวนกระบือไม่ต่ำกว่า 200 ตัว ต่อปี โดยสมาชิกปลูกหญ้าไม่ต่ำกว่า 100 คนต่อปี จำนวนพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ต่อปี

การรวบรวมผลผลิต สหกรณ์รับซื้อกระบือ รับซื้อหญ้า อาหารสัตว์ รับซื้อมูลสัตว์
การเพิ่มมูลค่า พัฒนาสายพันธุ์กระบือ นำเชื้อกระบือพันธ์ดี ผลิตอาหารสัตว์ ผลิตปุ๋ยอินทรี จากมูลกระบือ สินค้าบริการจำหน่ายกระบืออายุ 1 ปีขึ้นไป จำหน่ายน้ำเชื้อกระบือพันธ์ดี บริการผสมพันธุ์กระบือ จำหน่ายอาหารสัตว์จำหน่ายอาหารสัตว์ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ แหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์กระบือไทย ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาอาชีพทางการเกษตรครบวงจร ตามแนวทางการเกษตรกรรมยังยืน

ตลาด ตลาดซื้อขายโค กระบือของสหกรณ์ ตลาดนัดโคกระบือ จังหวัดอุทัยธานี ตลาดนัดโคกระบือจังหวัดพิษณุโลก ส่งออกยังต่างประเทศ
ผลลัพธ์ มีรายได้จากการจำหน่ายกระบือ อายุ 1 ปี ราคาปัจจุบัน ตัวละ 20,000บาท เฉลี่ย 40,000บาท ต่อคนต่อปี มีรายได้จากการจำหน่ายพืชอาหารสัตว์เฉลี่ย 50,000 บาทต่อปี มีรายได้จากจำหน่ายมูลสัตว์ 3,630บาทต่อคนต่อปี
สหกรณ์ มีรายได้จากการจำหน่ายน้ำเชื้อกระบือหลอดละ 300-500 บาท เฉลี่ย 50,000บาท 2 รายได้จาการผสมเทียมครั้งละ 1,000บาทเฉลี่ย 50,000บาท ต่อปี 3 จำหน่าย อาหารสัตว์ ตันละ 1,000 บาท เฉลี่ย 50,000 บาท ต่อปี 4จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ก.ก.ละ1.6 บาท เฉลี่ยปีละ 363,000บาท
เกิดการผลิตใหม่ที่หมุนเสริมเกื้อกูลกันในแต่กิจกรรมการผลิต พัฒนาต่อยอดสู้ความยังยืน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กระบือไทย และศูนย์พัฒนาอาชีพทางการเกษตรครบวงจร ตามทางเกษตรกรรมยังยืน

โดยภาครัฐ สนับสนุน งบประมาณ เพื่อก่อสร้างโรงเลี้ยงกระบือ ขนาด 20 คูณ 30 ตารางเมตร จำนวน 2 โรง ราคาโรงละ 2,400,000 เป็นเงิน 4,800,000บาท เพื่อให้สหกรณ์มีโรงเลี้ยงกระบือทีได้มาตนฐานเพียงพอต่อการเลี้ยงกระบือปีละ 200 ตัว ใช้ประโยชน์ในการจัดเก็บน้ำเชื้อ ปุ๋ยอินทรีย์ หญ้าอาหารสัตว์ และอื่น ๆ
///////////////////
นายพชร พัสกุล จ.อุทัยธานี