จับกุมนักบินชาวไวกิ้งขับเครื่องร่อนนำเที่ยวตกทำหนุ่มเกาหลีสาหัส หนีคดีอาญา
หัวใสเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เปลี่ยนพาสปอร์ต ตบตา ตม. ไม่ได้ นำหมายจับไปรวบตัวคาบ้าน
คู่กรณีเรียกค่าเสียหายทางแพ่งร้อยกว่าล้าน

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้
ก่อนทำการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ บก.ตม.5 ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ปฏิบัติการเชิงรุกติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า ตามคำสั่ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ 131/2563 เรื่อง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสั่งการและควบคุม (CCOC) กก.สส.บก.ตม.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายฮ่านส์ เออลิ่ง (MR.HANS ERLING) สัญชาติสวีเดน ผู้ต้องหาตามหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ หมายจับที่ จ.737/2561 ลงวันที่ 8 พ.ย.61 ซึ่งหลบหนีออกนอกพื้นที่และไปพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ลักลอบกลับมาพักอยู่ที่บ้านพักใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จึงไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ นายฮ่านส์ฯ อยู่ในบริเวณบ้านและได้วิ่งหนี จึงได้วิ่งติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อขอตรวจสอบเอกสารนายฮ่านส์ฯ ได้แสดงหนังสือเดินทางสวีเดน ชื่อนายอัลเฟรด คาร์ลสัน (MR.ALFRED KARLSSON) และปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นบุคคลตามหมายจับ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นว่าตำหนิรูปพรรณตรงกัน จึงได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางตามหมายจับ และหนังสือเดินทางที่นายฮ่านส์ฯ แสดงพบว่า หมายเลขประจำตัวประชาชน(สวีเดน) , วันเดือนปีเกิด , สถานที่เกิด และส่วนสูง ตรงกัน เมื่อจำนนต่อหลักฐานนายฮ่านส์ฯ จึงยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง หลังเกิดเหตุได้เปลี่ยนชื่อ นามสกุล และหนังสือเดินทาง เพื่อง่ายต่อการหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวส่ง พงส.สภ. แม่ริม ดำเนินคดี และ พงส. ได้แจ้งข้อหาตามหมายจับและแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 เพิ่มเติมคือ “เป็นผู้ประจำหน้าที่โดยไม่ได้รับอนุญาต , นำอากาศยานทำการบินโดยไม่นำเอกสารตามมาตรา 16 , ใช้อากาศยานส่วนบุคคลทำการบินโดยไม่ได้รับอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลจากผู้อำนวยการตามมาตรา 29 ทวิ , ใช้ที่ใดที่หนึ่งเป็นที่ขึ้นลงของอากาศยาน นอกจากสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวตามาตรา 17 , ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ข้อ 3 และจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองล้านบาท
พฤติการณ์ที่ถูกออกหมายจับ ก่อนเกิดเหตุนายฮ่านส์ฯ ได้ลงโฆษณาในเว็บไซต์เพื่อประกอบธุรกิจพานักท่องเที่ยวนั่งเครื่องร่อน (พารามอเตอร์) ชมทัศนียภาพเมืองเชียงใหม่ และเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 61 เวลา ประมาณ 07.25 น. นายฮ่านส์ฯ ได้นำนายชอย แฮจอง สัญชาติเกาหลีใต้ ขึ้นเครื่องร่อนเพื่อท่องเที่ยว โดยนายฮ่านส์ฯ เป็นคนขับขี่ แต่เครื่องได้ตกลงมาเป็นเหตุให้นายฮ่านส์ฯ ขาหัก และนายชอยฯ อวัยวะเพศขาด หลังเกิดเหตุนายฮ่านส์ฯ ได้หลบหนีไป
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฯ และการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น การประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดกฎหมาย การก่อเหตุอันตรายใด ๆ อันกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันอาจทำให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ กรุณาแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ ฯ 10120 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง