ป.ป.ส. ร่วมกับ บช.ปส.และหน่วยงานภาคี เผาทำลายกัญชาของกลางที่จับยึดได้

0
81

ป.ป.ส. ร่วมกับ บช.ปส.และหน่วยงานภาคี เผาทำลายกัญชาของกลางที่จับยึดได้
จำนวนกว่า 13 ตัน หลังตรวจพบใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะมีสารปนเปื้อนประเภทสารเคมีกำจัดศัตรูพืชกลุ่มโลหะหนักเกินมาตรฐาน มีเชื้อรา พร้อมเดินหน้าสนับสนุนกัญชาของกลางที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2563 เวลา 10.30 น. : นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เป็นประธานในพิธีเผาทำลายกัญชาของกลางที่ไม่สามารถ
นำไปใช้ในการศึกษาวิจัยและประโยชน์ทางการแพทย์ได้ โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส., พ.ต.ท.ไพศิษฏ์สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้บริหารจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายพรพจน์
บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ รองผู้บัญชาการตำรวจ
ปราบปรามยาเสพติด, พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา,
พ.ต.อ.หญิง สุนันท์ ฟูปลื้ม นักวิทยาศาสตร์ (สบ 4) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, นายดิสพล ยิ้มขลิบ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และผู้แทนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเผาทำลายกัญชาของกลางน้ำหนัก จำนวนรวม 13 ตัน ณ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า กัญชาที่นำมาเผาในครั้งนี้ เป็นกัญชาของกลางน้ำหนัก รวม 13 ตัน ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ขออนุญาตครอบครอง ซึ่งได้มีการตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ ประกอบกับไม่มีผู้ขอไปทำการศึกษาวิจัย เนื่องจากมีสารปนเปื้อน ทั้งเคมีกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน อีกทั้งยังมีเชื้อรา โดยการเผาทำลายครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2

ซึ่งก่อนหน้าที่ได้เผาทำลายไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 น้ำหนักจำนวน 10 ตัน รวมทั้งสิ้นที่เผาทำลายทั้งหมดน้ำหนักจำนวน 23 ตัน”

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อ ผลจากการตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ว่ากัญชาที่จับยึดได้ไม่ว่าจะห่อหุ้มด้วยแผ่นฟอยล์ใดๆ เช่นม่วง แดง ทอง เงิน หรือห่อด้วยแผ่นพลาสติกทั้งที่มีด้ายแดงหรือไม่มี ล้วนลักลอบนำเช้า
มาจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด พบมีสารปนเปื้อนไม่ว่าจะเป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือโลหะหนักมากเกินกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัยทั้งสิ้น จึงเท่ากับผู้ใช้ผู้เสพกัญชาดังกล่าวได้นำ
สารเคมีเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย และจะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงขอแนะนำ
ให้ผู้ใช้/ผู้เสพได้แสดงตัวเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา

เลขาธิการ ป.ป.ส. ทิ้งท้าย การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์
จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายสมศัติ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่การกระทรวงยุติธรม ที่มีนโยบายผ่อนปรน ให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาในทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยเท่านั้น โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ยังคงเดินหน้า
ขอใช้ประโยชน์จากกัญชาที่จับยึดได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการสนับสนุนให้แก่หน่วยงานต่างๆ
เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และกาศึกษาวิจัย ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่มีความต้องการจะดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับกัญชา ขอให้ติดต่อสอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1556 และ สายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. 1386
อย่างไรก็ตามกัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดฎหมาย หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการเสพ ครอบครอง หรือจำหน่าย
กัญชา ที่ไม่ได้รับอนุญาต สามารถให้ข้อมูลกับเจ้าหน้ที่ได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

#ข่าวภาพ ซ้อน-วัชร คงไสยภาคิน ทีมงาน สภท. และไทบรัฐกรุ๊ป จ.พระนครศรีอยุธยา