พ่อค้าส้มตำ เข้าสอบปากคำ กรณีถูก ชุดสืบ บก.น.1 ยัดยาเรียกเงิน 5 หมื่นบาท เหตุเกิดปี 61 เจ้าตัวเครียด!! ผ่านไปเกือบ 2 ปี ยังสอบไม่เสร็จ-คดีไม่คืบ

0
45
a89b9e19512ce9117162b4acbb8b69e9.jpg

พ่อค้าส้มตำ เข้าสอบปากคำ กรณีถูก ชุดสืบ บก.น.1 ยัดยาเรียกเงิน 5 หมื่นบาท เหตุเกิดปี 61 เจ้าตัวเครียด!! ผ่านไปเกือบ 2 ปี ยังสอบไม่เสร็จ-คดีไม่คืบ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) : นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 51 ปี พ่อค้าส้มตำ ย่านพระราม 6 พร้อมด้วย นายปิยณัฐ สุกยัง ทนายความเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายอำนวยการ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ฝอ.1 บก.อก.บช.น.) ในกรณีที่ถูกตำรวจ สืบ บก.น.1 ยัดยาเสพติดแล้วเรียกเงินจำนวน 50,000 บาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อเดือน ก.ย.61

ด้าน นายศักดิ์ชัย พ่อค้าส้มตำ กล่าวว่า คดีนี้ ตนแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจทั้ง 6 นาย มานานเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ทาง ตำรวจยังคงเรียกตนมาสอบปากคำหลายครั้งหลายคราในประเด็นเดิมๆ ซึ่งก็ให้ปากคำไปแล้วตั้งแต่ต้น คือ เรื่องเงินจำนวน 50,000 บาท จ่ายให้กับตำรวจนายใด นอกจากนี้ ตนได้ชี้รูปตำรวจทั้ง 6 นายกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว การที่ เรียกสอบปากคำครั้งนี้ จึงไม่รู้จริงๆว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร จะสอบเพิ่มในประเด็นไหนอีก อยากฝากไปถึงนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูง ขอให้ช่วยดูคดีนี้ด้วย ขอความเป็นธรรมให้กับตนและครอบครัวด้วย เพราะที่ผ่านมา ตนและครอบครัวยังคงถูกข่มขู่คุกครามมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลักฐานได้ส่งให้พนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว

ด้าน นายปิยณัฐ ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คดีอาญา ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
(ป.ป.ท.) ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องการดำเนินการทางวินัยกับตำรวจทั้ง 6 นาย โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกนายศักดิ์ชัยสอบเพิ่ม เป็นการเรียกสอบปากคำประเด็นเดิม ทำให้ตนตั้งข้อสังเกตุว่าอาจเป็นการประวิงเวลาเพื่อให้คดีช้าลงหรือไม่ เพราะคดีนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้พร้อมให้ปากคำทุกอย่างไปนานแล้ว แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ทั้งนี้ คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากนายศักดิ์ชัย ถูก นายตำรวจระดับสารวัตร นำพวกรวม 10 คน เข้าค้นบ้านยัดไอซ์ลูกสาว ส่วนนายศักดิ์ชัยมีหมายจับข้อหากรรโชกทรัพย์ ถูกเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ต่อมา นายศักดิ์ชัย ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับ นายตำรวจคนดังกล่าว และพวก ที่ สน.พญาไท หลังจากนั้น ทาง บช.น. ได้มีคำสั่งย้าย นายตำรวจนายนั้นและพวก รวม 6 นาย ไปช่วยราชการที่ ศปก.บก.น.1 โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม รวมทั้ง แจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์ และร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ข่มขืนใจให้ได้ทรัพย์สินของผู้อื่น และพานายศักดิ์ชัยไปชี้จุดที่ตำรวจกล่าวหาพาลูกสาวหนี และจุดที่ให้ลูกชายเอาเงินมาให้ตำรวจ กองสืบ บก.น.1 และจุดที่ตำรวจเอาเงินไปคืนที่ สน.พญาไท รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ ป.ป.ท. ดำเนินคดีแล้ว