ผลการพิจารณารางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชน 9 ประเภท “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ตามแนวคิด อ. ป๋วย”

0
221

“ผลการพิจารณารางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชน 9 ประเภท “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ตามแนวคิด อ. ป๋วย”

พอช./ เผยผลการพิจารณารางวัล “อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์” กองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นทั่วประเทศ จังหวัดพะเยาและสระแก้วได้รับรางวัลจังหวัดละ 2 กองทุน ส่วนที่เหลือเป็นกองทุนจากจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี นครปฐม และนครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลจังหวัดละ 1 กองทุน เตรียมเข้ารับรางวัลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนมีนาคมนี้ ขณะที่รางวัลประเภทที่ 6 ด้านการจัดการที่ดิน/จัดสรรที่ดินทำกิน การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและที่อยู่อาศัย ไม่มีกองทุนที่ได้รับรางวัล “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 มีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวดรวม 49 กองทุนฯ ผ่านการพิจารณารอบแรก 30 กองทุน และคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกกองทุนที่ได้รับรางวัลในประเภทต่างๆ

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

มีการจัดประชุมเพื่อพิจารณามอบรางวัลให้แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ส่งผลงานเข้าประกวดตามโครงการ “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” โดยมีตัวแทนกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 30 กองทุน และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานประมาณ 100 คน

การพิจารณามอบรางวัลแบ่งออกเป็น 9 ประเภท คือ 1. ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น การดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตและคุณค่าในสังคม 2. ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษาดูแล ป้องกันสุขภาวะในชุมชน 3. ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนและการศึกษา เพื่อการเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ 4. ด้านการพัฒนาการประกอบอาชีพ พัฒนาระบบเศรษฐกิจของครัวเรือนและชุมชน และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน 5.ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ การจัดการและฟื้นฟูภัยพิบัติ 6. ด้านการจัดการที่ดิน/จัดสรรที่ดินทำกิน การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและที่อยู่อาศัย 7. ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล 8. ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลายมิติ สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแห่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 9.ด้านการฟื้นฟูระบบคุณค่าทางวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่ม หนุนช่วยเพื่อน รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงาน ภาคี เครือข่ายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนและสังคมประเภทต่างๆ รวม 9 กองทุน

โดยจะมีพิธีมอบรางวัลในวันที่ 9 มีนาคมนี้
การจัดประกวดรางวัลในครั้งนี้เป็นปีที่ 3 โดยมีองค์กรและสถาบันที่ทำงานเพื่อสังคมจำนวน 8 องค์กรร่วมกันจัดประกวดรางวัล ประกอบด้วย สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์, มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ, เครือข่ายสวัสดิการชุมชน, คณะอนุกรรมการส่งเสริมองค์กรสวัสดิการชุมชนฯ, ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน), มูลนิธิมั่นพัฒนา, วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

ในปีนี้มีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวดรวม 49 กองทุน ผ่านการพิจารณาในรอบสุดท้ายรวม 30 กองทุน โดยในวันนี้มีการพิจารณาเพื่อคัดเลือกกองทุนที่จะได้รับรางวัลในแต่ละประเภท โดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ (มูลนิธิบูรณะชนบท, ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิมั่นพัฒนา,วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ฯลฯ) ผู้แทนกองทุนสวัสดิการที่เคยได้รับรางวัล และตัวแทนคณะทำงาน 5 ภาค จะให้ผู้แทนแต่ละกองทุนมานำเสนอผลงานกองทุนละ 10 นาที และคณะกรรมการจะซักถามอีก 10 นาที หลังจากนั้นจะนำผลการลงคะแนนของคณะกรรมการมารวบรวมเพื่อพิจารณาให้รางวัลแก่กองทุนที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละประเภท

ทั้งนี้ผลการพิจารณาของคณะกรรมการมีดังนี้ ประเภทที่ 1. ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น การดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตและคุณค่าในสังคม ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท

2. ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา ดูแล ป้องกัน สุขภาวะในชุมชน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทับพริก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

3. ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนและการศึกษา เพื่อการเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

4. ด้านการพัฒนาการประกอบอาชีพ พัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน และการแก้ปัญหาหนี้สิน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

5.ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ การจัดการและฟื้นฟูภัยพิบัติ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลออย อำเภอปง จังหวัดพะเยา

6. ด้านการจัดการที่ดิน/จัดสรรที่ดินทำกิน เพียงพอต่อการดำรงชีพ การจัดการที่อยู่อาศัย การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ไม่มีกองทุนที่ได้รับรางวัล

7. ด้านการพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองทับจันทร์ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

8. ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลายมิติ สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแห่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

9.ด้านการฟื้นฟูระบบคุณค่าทางวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่ม หนุนช่วยเพื่อน รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงาน ภาคี เครือข่ายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนและสังคม ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้กองทุนสวัสดิการที่ได้รับรางวัลทั้ง 9 ประเภทจะเข้ารับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นวันคล้ายวันเกิดของ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กล่าวว่า การจัดประกวดรางวัล “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ระดับชาติ” จะจัดขึ้นทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อยกย่อง เชิดชู องค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการงานช่วยเหลือ ดูแลคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างโดดเด่นในด้านต่างๆ 2.เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ จังหวัด ภาค และประเทศ และขยายผลกองทุนฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 3.เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล ภาคเอกชน และสังคม ตระหนักถึงคุณค่าของแนวคิดเรื่อง “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” และนำไปสู่การพัฒนาระบบปฏิบัติการด้านสวัสดิการให้ประชาชนเข้าถึงและเหมาะสม

ทั้งนี้กองทุนสวัสดิการที่ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องมีคุณสมบัติต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ เช่น 1.เป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล/เมืองที่มีการดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี 2.สมาชิกและผู้รับประโยชน์ของกองทุนสวัสดิการชุมชนมีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงเยาวชน คนชรา คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส และสมาชิกกระจายพื้นที่ในตำบล รวมทั้งมีแผนการพัฒนา และมีการขยายจำนวนสมาชิกในแต่ละปี 3.มีการจัดสวัสดิการชุมชนไม่น้อยกว่า 6 เรื่อง เช่น เกิด เจ็บ ตาย การศึกษา อาชีพ การจัดการที่อยู่อาศัย/ที่ดินทำกิน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ที่ครอบคลุมทั้งสมาชิกและคนในชุมชน โดยรวมการจัดสวัสดิการที่เป็นตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงิน และเชื่อมโยงสวัสดิการกับงานพัฒนาด้านต่างๆ ในชุมชน ฯลฯ

อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2459 เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (พ.ศ.2502-2514) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2518-2519) ท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์ สมถะ มีผลงานด้านการบริหารที่โดดเด่นหลายด้าน ทั้งด้านการเงิน การคลัง งานวิชาการ ได้รับรางวัลแมกไซไซสาขาบริการสาธารณะในปี 2508

นอกจากนี้ อ.ป๋วยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบท โดยก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในปี 2510 เพื่อทำงานพัฒนาชนบท ถือเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนหรือ NGO แห่งแรกของประเทศไทย สนับสนุนงานพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน โดยมีชาวบ้านเป็นแกนหลัก พัฒนาด้านอาชีพ การศึกษา สุขภาพอนามัย และการจัดการตนเอง เป็นการพัฒนาแบบองค์รวม เริ่มโครงการแห่งแรกที่จังหวัดชัยนาท

ส่วนแนวคิด “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” เป็นบทความภาษาอังกฤษขนาด 2 หน้า ซึ่ง อ.ป๋วยได้นำเสนอบทความชิ้นนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนตุลาคม 2516 หลังจากนั้นจึงได้มีการแปลและเผยแพร่บทความนี้ออกไปอย่างกว้างขวาง เนื้อหากล่าวถึงความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่ควรจะได้รับบริการสวัสดิการจากรัฐตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งต่อมาแนวคิดนี้ยังคงสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน และสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ.

พอช./ข้อมูล /ภาพ
วิโรจน์ เวทยาวงศ์.
สมุทรปราการ


Warning: A non-numeric value encountered in /var/www/vhosts/aec-tv-online1.com/httpdocs/wp-content/themes/Newspaper/includes/wp_booster/td_block.php on line 353